stadium

สินธุ์เพชร กรวยทอง : ยกน้ำหนักชายไทยคนแรกที่คว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิก

19 กุมภาพันธ์ 2563

184

“ผมคิดถึงยาย ผมรักยาย อยากจะกลับไปกอดยาย” นี่คือคำพูดของ “ดุ่ย” สินธุ์เพชร กรวยทอง หลังจากคว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถกลับไปกอดยายได้อย่างที่ตั้งใจ

 

“ดุ่ย” สินธุ์เพชร เกิดเมื่อวันที22 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ที่บ้านโพนม่วง ตำบลไพลขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นชาว จังหวัดสุรินทร์ โดยกำเนิด ตอนเด็กๆ “ดุ่ย” และน้องชาย มักจะใช้ชีวิตอยู่กับยาย เป็นหลัก เนื่องจากคุณแม่ ต้องออกไปทำงาน เพื่อหาเงินส่งเสียพวกเขาสองพี่น้อง

 

 

“ดุ่ย” สินธุ์เพชร เป็นเด็กที่แสบพอสมควร มีหลายครั้งที่ซุกซนจนโดนคุณยายดุ และตี แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรัก ละผูกพันธ์กับคุณยายประหนึ่งเป็นแม่ อีกคนก็ว่าได้ เมื่อเข้าเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1  สินธุ์เพชร ซึ่งชอบเล่นกีฬาฟุตบอลเป็นทุนเดิม ก็มีความไฝ่ฝันเหมือนเด็กหลายๆคนทั่วไป ที่อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยตำแหน่งที่ถนัดคือศูนย์หน้าดาวยิง แต่เพราะเหตุบังเอิญ หรือพรหมลิขิต ก็ไม่ทราบได้ ทำให้ อาจารย์ผู้สอนเห็นแววบางอย่างในตัวหนุ่มน้อยคนนี้ จึงจับเขาไปลองยกเหล็ก เสียอย่างนั้น

 

สัปดาห์แรกของการฝึกฝนยกน้ำหนัก เป็นไปด้วยความทรหด และฝืนใจเด็กน้อยคนหนึ่งเป็นอย่างมาก “ดุ่ย” เล่าว่าเขาถึงกับต้องหลบหนีการฝึกซ้อมอยู่พักใหญ่ เพราะมันเหนื่อย และเป็นอะไรที่ไม่ชอบเลย แต่แล้ววันหนึ่งก็เริ่มคิดได้ และอยากจะลองพิสูจน์ตัวเอง อย่างจริงจัง จึงเลิกหันหลังหนี และกลับมาเผชิญหน้ากับการยกเหล็กอีกครั้ง โดยมี “พี่ไก่” ปวีณา ทองสุก เป็นแรงบันดาลใจ 

 

ด้วยพรสวรรค์บวกกับความตั้งใจ เด็กน้อยที่ชื่อ สินธุ์เพชร พยายามไต่เต้าจนได้ติดธงเป็นตัวแทนทีมชาติไทย เป็นครั้งแรกในรายการ ยกน้ำหนักยุวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ปี พ.ศ.2554 ก่อนจะคว้าเหรียญทองแดงมาครอง ในรุ่น 50 กก.

 

 

จากนั้น “ดุ่ย” ทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง คว้าเหรียญทองในยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รุ่น 56 กก. ปี พ.ศ.2557 ที่ไทย , เหรียญเงิน ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก รุ่น 56 กก. ปี พ.ศ.2557 ที่รัสเซีย, เหรียญทอง ยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก รุ่น 56 กก. ปี พ.ศ. 2558 ที่โปแลนด์, เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รุ่น 56 กก. ปี พ.ศ. 2558 ที่ไทย และ เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รุ่น 56 กก. ปี พ.ศ. 2559 ที่อุซเบกิสถาน

 

เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่ สินธุ์เพชร เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในนามทีมชาติ และเขาก็ได้รับโอกาสสำคัญนั่นคือการได้ตั๋วไปลุยในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในศึกใหญ่ครั้งสำคัญนี้ “ดุ่ย” ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงล่าเหรียญในรุ่น 56 กิโลกรัม ก่อนที่ในท่าสแนตช์ จอมพลังหนุ่มจะยกผ่านทั้ง 3 ครั้ง 125 กิโลกรัม, 131 กิโลกรัม และ 132 กิโลกรัม

 

ขณะที่ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก สินธุ์เพชร ยกผ่านแค่ 2 ครั้ง โดยทำได้ 154 กิโลกรัม และ 157 กิโลกรัม แต่ครั้งที่ 3 เรียกไป 161 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน แต่เมื่อวัดที่น้ำหนักรวม 287 กิโลกรัม ยังดีพอให้ “ดุ่ย” คว้าเหรียญทองแดงให้ทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ ทั้งยังถือเป็นนักยกน้ำหนักชายคนแรกของไทยที่สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกมาครองได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

 

 

แต่ในบรรดาเรื่องยินดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นขณะนั้น ก็มีเรื่องร้ายเข้ามาหา “ฮีโร่ดุ่ย” ชนิดไม่เหลือเวลาให้ดื่มด่ำกับความสุขเลย เมื่อเจ้าตัวได้รับข่าวร้ายจากทางบ้านว่า คุณยาย ของเขาได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว ระหว่างที่เอาใจช่วยอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ทำให้น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาด้วยความดีใจตอนนั้น กลับเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจในทันที

 คุณแม่ และชาวบ้านที่รวมพลกันมาเชียร์ “เจ้าดุ่ย” ที่บ้านเกิดเล่าให้ฟังว่าระหว่างที่กำลังชมการแข่งขันนั้น “คุณยาย” ช็อกหมดสติไปแบบกระทันหัน โดยก่อนที่จะสิ้นใจคุณยายได้พูดออกมาว่า “สงสารหลาน” ทำเอาทุกคนซึ้งและประทับใจความรักของยายที่มีต่อหลานคนนี้อย่างสุดหัวใจ

 

แม้ตอนนี้คุณยายจะไม่อยู่กับ สินธุ์เพชร แล้ว แต่เชื่อว่าคุณยายยังคงจ้องมองเด็กน้อยที่ชื่อ “ดุ่ย” อยู่บนสวรรค์ และคงเห็นแล้วว่าจอมพลังหนุ่มคนนี้ ได้นำเอาความสำเร็จ และความภาคภูมิใจมาสู่คนทั้งประเทศ


stadium

author

StadiumTh Team Content

StadiumTH Content Creator

โตโยต้า โอลิมปิก toyota olympic
stadium olympic