stadium

ธันยพร พฤกษากร โอลิมปิกครั้งที่ 5 ของนักยิงปืนสาวผู้ไม่เคยวาดฝันถึง

19 เมษายน 2567

โอลิมปิก 2024 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยชื่อของ ธันยพร พฤกษากร นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ถูกยกขึ้นมาพาดหัวข่าวในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2023 หลังคว้าสิทธิ์เข้าร่วมปารีส 2024 ได้เป็นคนแรกของประเทศไทย

 

โอลิมปิกหนนี้กำลังจะเป็นครั้งที่ 5 ของเธอแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่ได้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของนักกีฬาไทย ในอดีตมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นที่เคยสัมผัสโอลิมปิกด้วยจำนวนเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตามรู้หรือไม่ว่าสมัยติดทีมชาติใหม่ ๆ ธันยพร พฤกษากร ไม่เคยมีคำว่าโอลิมปิกอยู่หัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว อะไรคือจุดเริ่มต้น และทำให้เธอยืนหยัดอยู่บนเวทีแห่งความฝันนี้ได้ตลอด 20 ปี ติดตามพร้อมกันได้ที่นี่

 

 

แรงหนุนจากครอบครัว

 

จุดเริ่มเส้นทางนักกีฬาของ ธันยพร พฤกษากร หรือ ธันย่า นั้นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ย้อนกลับสมัยยังเยาว์วัย ธันย่า เหมือนชอบวิ่งเล่นสนุกซุกซนเหมือนเด็กทั่วไป แต่ครอบครัวของเธอซึ่งมีใจรักกีฬากันเป็นทุนเดิม ได้เล็งเห็นประโยชน์การเล่นกีฬาจึงพาธันย่าไปสัมผัสกับการเล่นกีฬาชนิดกีฬาต่าง ๆ ปลูกฝังจนเกิดเป็นความชอบและความหลงใหล จนเป็นที่มาที่ทำให้เธอกลายมาเป็นนักกีฬาทีมชาติจนถึงทุกวันนี้

 

“เด็ก ๆ พ่อแม่ของ(ธัน)ย่าพาไปเล่นกีฬาหลายอย่างเลย ว่ายน้ำ มวย ยูโด คือแม่เป็นนักกีฬายูโดมาก่อน ก็เลยพาเราเข้าไปเรียนยูโดด้วย แต่เรากลับไม่ชอบเลยสักกีฬา ยกเว้นบาสเกตบอล ตอนนั้นจำได้ว่าชอบเล่นที่โรงเรียน ชอบจนอยากจะเล่นเป็นนักกีฬาให้โรงเรียนเลย แต่ด้วยพ่อกับแม่ไม่มีเวลามารับส่งก็เลยไม่ได้เล่น”

 

“แต่หลังจากนั้นได้มีโอกาสเดินเข้าสู่เส้นทางของกีฬายิงปืน จุดเริ่มต้นเป็นเพราะคุณพ่อซึ่งเป็นคนชอบปืนอยากซื้อปืนเข้าบ้าน แต่ว่าถ้าซื้อปืนเข้าบ้าน คนในบ้านก็ต้องรู้ด้วยว่ามันใช้ยังไง เพราะถ้าไม่รู้เลยมันอันตราย คุณพ่อก็เลยพาทุกคนในบ้านไปเรียนรู้วิธีใช้”

 

“ช่วงแรก ๆ ไปสนามยิงปืนสนุกมาก เพราะปืนเป็นสิ่งที่เด็กน้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส พอได้จับปืนก็ตื่นเต้นมาก ชอบมาก ไม่เคยกลัวเสียงยิงปืนเลย เมื่อก่อนเป็นเด็กหลับง่าย นอนที่ไหนก็ได้ อยู่สนามยิงปืนไม่ได้ใส่หูฟังหรือที่ครอบหูก็ยังหลับได้ แล้วทีนี้พอในชั้นเรียนมีจัดแข่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เราดันแข่งแล้วได้เหรียญรางวัล พอชนะก็มีคนชม เราก็ดีใจ เราก็ชอบที่มีคนมาชมมันรู้สึกใจฟู”

 

 

จากไร้ความฝันสู่เส้นทางฝันอันยิ่งใหญ่

 

ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นได้ดีกับกีฬายิงปืน แต่ธันย่ากลับเดินหน้าไปอย่างไม่มีจุดหมาย ไม่เคยเลยที่จะฝันถึงการเป็นตัวแทนทีมชาติ หรือแม้กระทั่งโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของนักกีฬาแทบจะทุกคนบนโลกใบนี้ เธอไม่เคยนึกถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เมื่อผลงานของเธอมันโดดเด่นกว่าใคร จึงมีโอกาสได้ก้าวสู่รั้วทีมชาติไทยตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้น

 

“ติดทีมชาติตอนอายุ 13 ค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.1 แต่ผ่านการคัดตัวทีมชาติแล้ว ยอมรับว่างงมาก ๆ คิดในใจว่าทำไมการติดทีมชาติมันรู้สึกง่ายจัง” เธอเล่าแบบติดตลก ก่อนหัวเราะเขิน ๆ พร้อมเล่าต่อว่า “จริง ๆ ตอนยิงก็ไม่คิดเลยว่าจะได้ติดทีมชาติ มาแข่งก็ไม่ได้มีเป้าหมายเลยว่าจะเอาทีมชาติ ที่มาแข่งก็เพราะว่ามีคนอวยเราเยอะว่าดี เก่ง ก็ลองเลยมาคัดดู ยอมรับเลยตอนนั้นมันไม่ใช่ความฝันของเราเลย แค่แบบมีแข่งก็มาลองแข่งเท่านั้นเอง”

 

เมื่อเป็นตัวแทนทีมชาติแล้ว ก็จำเป็นต้องมีเป้าหมาย เธอเริ่มมองหาแรงบันดาลใจเพื่อให้ตัวมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นนักกีฬาขึ้นในทุกวัน

 

“เมื่อก่อนมีคำสอนนึงจากโค้ชคนเก่า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด เขาสอนให้เรารู้จักมองหาอะไรที่คิดว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ถ้าเราชอบอะไร อยากได้อะไรให้พาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้น ซึ่งช่วงนั้นเราอยากไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ได้มีประเทศที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ แค่อยากขึ้นเครื่องบินไปไหนก็ได้ แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว”

 

เรียบง่ายทั้งจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ แต่ต้องยอมรับว่าวิธีการของเธอนั้นมันได้ผล เพราะจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 21 ปีแล้ว ที่เธอรับใช้ทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายทั้งชิงแชมป์โลก 2012 ได้เหรียญเงินที่มิวนิค รวมถึงความสำเร็จซีเกมส์ที่ได้เหรียญทองมาแล้วหลายสมัย รวมไปถึงโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเธอได้เข้าร่วมมาตลอดตั้งแต่ปี 2008 

 

“ตอนนั้นงงมากค่ะ ครั้งแรกที่ได้ไปโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าโอลิมปิกเขาคัดเลือกกันยังไง แข่งเสร็จไม่รู้ตัวด้วยนะว่าได้โควตาแล้ว​ รู้เพียงว่าเรามีหน้าที่มาแข่งเพื่อเอาเหรียญ ไม่รู้เรื่องโอลิมปิกเลย”

 

“ธันย่า เป็นนักกีฬาที่ไม่เคยฝันเลยสักครั้งว่าอยากจะไปโอลิมปิก ไม่เคยมีเรื่องนี้อยู่ในหัวเลย อย่างที่บอกตอนนั้นยังงง ๆ โค้ชก็บอกให้โทรไปบอกพ่อแม่”

 

 

เส้นทางแห่งการเรียนรู้

 

ปักกิ่งเกมส์ 2008 ธันย่าแจ้งเกิดพร้อมได้บทเรียนราคาแพงในชีวิตไปพร้อม ๆ กัน หลังทำผลงานผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ตั้งแต่โอลิมปิกเกมส์ครั้งแรก 

 

“ปกติแล้วเวลาไปแข่งไม่ว่ารายการไหนเราก็ไม่ค่อยคาดหวังอะไร แต่ในโอลิมปิก 2008 เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอันเดอร์ด็อก อายุยังน้อยไปโอลิมปิกครั้งแรก ไม่ได้มีประวัติ ไม่เคยชนะอะไรเลย ไม่มีใครรู้จัก ไปแข่งก็เหมือนเดิมทำให้ดีที่สุด เพราะเราไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว แต่ดันเข้ารอบชิงฯ คราวนี้เละเทะเลย อยู่ ๆ ก็คาดหวัง ก่อนลงแข่งรอบชิงฯ คิดแล้วว่าต้องติดเหรียญ พอถึงเวลาแข่งมันคิดเยอะ มันหวังมันพยายาม คือทุกอย่างมันไม่ราบรื่น มันก็จะแบบ เห้ย! เราต้องเอาให้ได้นะ ถ้าทำไม่ได้แล้วมันจะเป็นยังไง ความคิดวุ่นวายถาโถมเข้ามาเต็มไปหมด ไม่เหมือนรอบก่อนหน้านี้ เราไม่กดดันยิงได้ราบรื่น”

 

“แต่กลับมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าแย่นะ เพราะไปโอลิมปิกครั้งแรกเข้าชิงมันก็ดีแล้ว มันแค่ไม่ได้เหรียญ แต่ก็รู้สึกว่าเราต้องมาพัฒนาตรงจุดนี้ที่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้”

 

การเรียนรู้จากความผิดพลาดในวันนั้นย่อมทำให้เธอเติบโตเป็นนักกีฬาที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ตลอดการเดินทางยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่หล่อหลอมให้ธันย่ายืนระยะมาได้จนถึงปัจจุบัน

 

“มีอยู่ครั้งหนึ่งที่สิงคโปร์ มีน้อง ๆ มาถามว่าถ้ารู้สึกท้อแท้ต้องทำยังไง เราก็ตอบไปว่าก็แค่พัก แต่ในใจของเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่คำตอบที่ถูก กลับมาคิดตลอด จนกระทั่งช่วงโควิด เรามาได้ยินคำนึงคือคำว่าเบิร์นเอาต์ เราก็อ้าว ที่เรารู้สึกมาตลอดมันไม่ใช่ความรู้สึกท้อแท้นะ มันคือภาวะเบิร์นเอาต์หรือหมดไฟ ก็เลยอ๋อ เวลาเราพักมันก็เลยหาย แล้วที่ย่าไม่รู้สึกท้อเพราะว่าย่าเล่นกีฬาเพราะรัก ไม่ได้เอาตัวเองไปผูกมัดกับความสำเร็จ ไม่ได้ผูกมัดไว้กับคะแนนหรือว่าชัยชนะ แต่เราแค่เล่นเพราะเรารัก การพักมันจึงช่วยเราได้เยอะ เพราะการที่เราทำอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน พอเวลาได้พักมันช่วยได้”

 

“อีกเรื่องหนึ่งคืออย่างที่บอกว่าย่าชอบคิดเสมอว่าตัวเองเป็นอันเดอร์ด็อก แต่เราปลดล็อกความคิดนี้ได้ตอนไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่กว่างโจว ก่อนแข่งย่าคิดตลอดว่า พวกนักกีฬาที่เป็นแชมป์โลกเขาคือเอเลี่ยน มันเก่งจนแบบเหมือนเป็นคนละสายพันธ์ุกับเรา แต่พอรอบชิงเราพลิกชนะคนที่เป็นแชมป์โลกแล้วได้เหรียญทอง ก็เลยเปลี่ยนความคิด พวกนี้ก็คนเหมือนกันนิ เราก็ชนะเขาได้เหมือนกันนะ เราก็มีฝีมือเหมือนกันไม่ใช่อันเดอร์ด็อกตลอดเวลา”

 

 

เส้นทางสู่โอลิมปิกสมัยที่ 5 

 

ธันย่า เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ผ่านการคัดเลือกได้สิทธิ์เข้าร่วมปารีส 2024 โดยเส้นทางของเธอได้โควตามาจากการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก 2024 ที่เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นแมตช์คัดโอลิมปิกมีนักกีฬาทั่วโลกกว่า 100 ประเทศชิงชัย

 

ในส่วนของรายการปืนสั้นหญิง 25 เมตร ธันย่า ผ่านรอบคัดเลือกด้วยสกอร์ 586 คะแนน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในอีเวนต์ของเธอนั้นมีตั๋วโอลิมปิกเพียง 3 ใบ มอบให้ 3 อันดับแรก ปรากฎว่า ธันย่า ทำคะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 5 จาก 8 คน แต่อันดับ 1-4 นั้นเป็นชาติที่ได้สิทธิ์โอลิมปิกไปก่อนแล้ว ทำให้โควตาจึงตกมาเป็นของเธอ

 

“เอาจริง ๆ ครั้งนี้รู้สึกแปลกใจที่ได้ไปโอลิมปิก เพราะตอนแรกไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไป คือก่อนไปแข่งชิงแชมป์โลก เราไม่ได้ออกไปแข่งแมตช์ไหนมาก่อนเลย ซ้อมอยู่แต่ในไทย พอไปแข่งไม่ได้มีความหวังมาก คิดเหมือนเดิมแค่ไปทำให้ดีที่สุด ยิ่งแปลกใจมากที่เราได้ตั๋วเป็นคนแรก ปกติเราเป็นคนที่ 2-3-4”

 

นอกเหนือจากได้สิทธิ์เป็นคนแรกของนักกีฬาไทยแล้ว ความพิเศษที่มากกว่านั้นธันย่ากลายเป็นนักกีฬาไทยคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ถึง 5 สมัย (2008, 2012, 2016, 2020 และ 2024) ต่อจาก นันทนา คำวงศ์ และ บุญศักดิ์ ​พลสนะ สองตำนานจากกีฬาเทเบิลเทนนิสและแบดมินตัน

 

“ถามว่าโอลิมปิกครั้งที่ 5 กดดันไหม ความกดดันมีอยู่แล้ว บางคนบอกไปตั้ง 5 รอบแล้วต้องได้เหรียญมาได้แล้วมั้ง (หัวเราะ) ทุกครั้งที่ได้ไปกลับมาเราก็ได้รู้ว่าควรจะพัฒนาไปทางไหน แล้วแต่ละครั้งเราก็พยายามแก้จากที่ได้ไปโอลิมปิกหรือแมตช์ก่อน ๆ ไปลองทดลองดู เพราะไม่ใช่การแข่งขันทุกครั้งที่เราจะได้เข้ารอบชิง เพราะย่ามีปัญหาส่วนใหญ่ที่รอบชิงเราก็พยายามแก้ตรงนี้”

 

“ต่อให้ย้อนกลับไปได้ก็ไม่มีจุดไหนที่อยากแก้ไข เพราะเรามองว่าความผิดพลาดหรือความล้มเหลว มันเป็นขั้นตอนที่เราต้องเรียนรู้ เราจะได้ความรู้มากขึ้น ถ้าเราประสบความสำเร็จมาตลอด มันไม่มีการเรียนรู้เกิดขึ้น มันก็เป็นประสบการณ์”

 

“ส่วนโอลิมปิกครั้งนี้ไม่ค่อยอยากคาดหวังแล้ว อยากจะทำให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายความโลภของคนเรามันก็อยากจะได้เหรียญอยู่ดี แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด”

 

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม ถึงวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์ของธันย่าจะออกมาแบบไหน เราเชื่อว่าเธอจะทุ่มเทมันอย่างเต็มที่เหมือนที่ผ่านมา


stadium

author

ปวีน เทพพวงทอง

StadiumTH Content Creator / เชียร์หงส์แดง รักการเดินป่า เสพติดหมูกระทะ

stadium olympic