stadium

เส้นทางสู่ 12 ทีมสุดท้าย วอลเลย์บอลชายโอลิมปิกเกมส์ 2020

14 กรกฎาคม 2564

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด” ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) นำโดย โทมัส บัค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ได้ปรึกษาหารือกับ ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะตัดสินใจร่วมกันให้เลื่อนการแข่งขัน โอลิมปิกฯ และ พาราลิมปิกฯ ออกไปเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้ “โตเกียว 2020” จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2021 

 

วงการวอลเลย์บอลได้รับผลกระทบจาก “โควิด” เช่นเดียวกับหลายๆชนิดกีฬาทั่วโลก โดยเฉพาะในปี 2020 ทุกทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติต่างถูกยกเลิกทั้งหมด รวมทั้งการแข่งขัน “ลีกอาชีพ” ในหลายๆประเทศก็ต้องยุติลงกลางคัน ส่งผลให้ศึก “โตเกียว 2020” ที่กำลังจะเริ่มขึ้นได้รับความสนใจจากแฟนลูกยางทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการคัมแบ็คครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์ระดับโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการแข่งขัน “เนชั่นส์ ลีก 2021” ไปแล้ว 1 รายการก็ตาม แต่ว่าความเข้มข้นที่เกิดขึ้นเทียบไม่ได้เลยกับ “โอลิมปิกฯ” 

 

 

เปลี่ยนกฏ “แชมป์เก่า” ต้องคัดเลือก

 

โดยที่ผ่านมา “โอลิมปิกฯ” จะให้โควต้าทีม “แชมป์เก่า” ได้รับสิทธิ์ลงป้องกันแชมป์อีกสมัย แต่ว่าในการแข่งขัน “โตเกียว 2020” มีการเปลี่ยนแปลงกฏจากเดิมเล็กน้อย โดยเหลือเพียงแค่ “เจ้าภาพ” เป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่ “รอบสุดท้าย” เพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ บราซิล ที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จในปี 2016 ต้องลงแข่งขันรอบคัดเลือกร่วมกับทีมอื่นๆ

 

รอบคัดเลือก “โอลิมปิกฯ” แบ่งออกเป็น 2 สนาม ประกอบด้วย สนามแรก รอบคัดเลือกระดับโลก(วัดจากอันดับโลกล่าสุด) โดยคัดเอา 24 ทีมที่ดีที่สุดลงแข่งขัน แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ก่อนจะพบกันหมดเพื่อหา “แชมป์กลุ่ม” ผ่านเข้าสู่ “รอบสุดท้าย” เป็นจำนวนทั้งสิ้น 6 ทีม

 

สนามที่ 2 คือ รอบคัดเลือกระดับทวีป แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ทวีป ประกอบด้วย ยุโรป, เอเชีย, แอฟริกัน, อเมริกาใต้ และ อเมริกาเหนือ โดยคัดเอาทีมที่ดีที่สุดของแต่ละทวีปผ่านเข้าสู่ “รอบสุดท้าย” เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5 ทีม ซึ่งรวมกับ ญี่ปุ่น และอีก 6 ทีมจากการคัดเลือกสนามแรก จะได้ทั้งหมด 12 ทีม 

 

 

 

 “บิ๊กเนม” ไม่พลาดซิวตั๋วสนามแรก 

 

การแข่งขันวอลเลย์บอล “โอลิมปิกฯ” รอบคัดเลือก สนามแรก ที่คัดเอา 24 ทีมที่อันดับโลกสูงสุดเข้าร่วมแข่งขัน โดยทีมที่ดีที่สุด 6 อันดับแรกของโลก จะถูกจัดเป็นทีมวางในแต่ละกลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเอ บราซิล, กลุ่มบี สหรัฐอเมริกา, กลุ่มซี อิตาลี, กลุ่มดี โปแลนด์, กลุ่มอี รัสเซีย และ กลุ่มเอฟ แคนาดา

 

ผลปรากฏว่า แคนาดา อันดับ 6 ของโลก เป็นเพียงหนึ่งเดียวจากกลุ่มทีมวาง ที่ต้องอกหักพลาดตั๋ว “โตเกียวเกมส์” จากการคัดเลือกสนามแรก หลังจากพลาดท่าพ่ายต่อ อาร์เจนตินา ทีมอันดับ 7 ของโลก ไปแบบน่าเสียดาย 1-3 เซต ส่วนอีก 5 ทีมที่เหลืออย่าง บราซิล, สหรัฐฯ, อิตาลี, โปแลนด์ และ รัสเซีย ไม่ทำให้เหล่าแฟนคลับต้องผิดหวัง สามารถพาเหรดเข้าสู่ “รอบสุดท้าย” กันได้ทั้งหมด

 

 

 

โดยมี “ดราม่า” เกิดขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มดี หลังจาก โปแลนด์ ในฐานะทีมวางและเจ้าภาพ จัดโปรแกรมเอาเปรียบ ฝรั่งเศส ทีมคู่แข่งสำคัญ โดยพวกเขาจัดให้ “ตบแดนน้ำหอม” ต้องลงสนาม 2 เกมติดต่อกันในระยะเวลาเพียงแค่ 18 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ซึ่งเกมนัดที่ 2 เป็นการพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส กับ โปแลนด์ ส่งผลให้ทีมงานของ ฝรั่งเศส ออกอาการหัวเสียและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้และพ่ายต่อ โปแลนด์ 3 เซตรวด    

 

 

 

5 ทวีป 5 ทีมสุดท้าย

 

การแข่งขันรอบคัดเลือก สนามสุดท้าย คือการชิงชัยในระดับทวีป เป็นสนามที่เปิดโอกาสให้หลาย ๆ ทีมในทวีปได้ร่วมแย่งชิงตั๋วลุย “โตเกียว2020” แต่มันก็ไม่ใช่งานง่ายของทีมชาติเล็ก ๆ ขนาดนั้น เพราะว่าหลาย ๆ ทีมที่อกหักมาจากรอบคัดเลือกสนามแรก อย่างเช่น แคนาดา, ฝรั่งเศส, อิหร่าน, หรือแม้แต่ ก็จะมาลุยกันต่อในสนามที่ 2 เพราะว่าถือเป็นสนามสุดท้ายของแต่ละทีมแล้ว

 

เริ่มจากโซนยุโรป ได้รับยกย่องว่าเป็น “กรุ๊ปออฟเดธ” เพราะว่าเต็มไปด้วยทีมระดับชั้นนำของวงการ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส, เซอร์เบีย, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, บัลแกเรีย, เยอรมัน รวมทั้ง สโลเวเนีย ผลปรากฏว่า ฝรั่งเศส ที่พลาดท่าพ่ายไปถึง 2 เกมในรอบแรก สามารถทะลุผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศ ได้แบบหวุดหวิด และกลายเป็นพวกเขาที่หยิบตั๋วลุย “โตเกียวเกมส์” ไปครองได้สำเร็จ หลังจากเฉือน สโลเวเนีย 3-2 เซต และเอาชนะ เยอรมัน ในเกมรอบชิงฯ 3 เซตรวด

 

 

ส่วนอีก 1 โซนที่น่าสนใจ คือ อเมริกาเหนือ โดยเหลือเพียงแค่ 4 ทีมเท่านั้นที่ลุ้นแย่งตั๋ว ประกอบด้วย แคนาดา, คิวบา, เม็กซิโก และ เปอร์โตริโก ผลปรากฏว่า แคนาดา ทีมอันดับ 6 ของโลก ที่พลิกพ่ายต่อ อาร์เจนตินา ในสนามแรก ต้องมาแย่งตั๋วกับ “อดีตมหาอำนาจ” คิวบา ที่ตัดสินใจเรียกตัว “อดีตสตาร์” ที่เคยหนีออกนอกประเทศกลับมาช่วยทีมหลายคน สุดท้ายเป็น แคนาดา ที่เล่นได้แน่นอนกว่าเฉือนไปหวุดหวิด 3-2 เซต

 

ขณะที่โซนเอเชีย แข่งขันกันที่ เมืองเจียงเหมิน ประเทศจีน โดยมีทั้งหมด 8 ทีมลงสนามแข่งขัน ผลปรากฏว่า อิหร่าน และ จีน 2 ทีมที่อันดับสูงที่สุดในทัวร์นาเมนต์ สามารถโชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมเต็ง ทะลุมาเจอกันตาคาดในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะเป็น อิหร่าน ที่ถือว่าเป็น “บิ๊กเนม” ของเอเชียมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไล่ตบสอนเชิง “หนุ่มแดนมังกร” ไปแบบขาดลอย 3 เซตรวด โดยอีก 2 ทวีปที่เหลือ แอฟริกัน และ อเมริกาใต้ “ทีมแชมป์” ตกเป็นของ ตูนิเซีย และ เวเนซูเอลา

 

 

สรุปรายชื่อ 12 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายโอลิมปิกเกมส์ 2020 ประกอบด้วย “เจ้าภาพ” ญี่ปุ่น, “แชมป์เก่า” บราซิล, โปแลนด์,  ฝรั่งเศส,  สหรัฐอเมริกา , รัสเซีย, อิตาลี, อิหร่าน, อาร์เจนตินา, ตูนิเซีย, เวเนซุเอลา และ แคนาดา


stadium

author

ภุมเรศ เอี่ยมเชย

StadiumTH Content Creator / เจ้าของเพจ Wantleyball

stadium olympic