stadium

สุธาสินี เสวตรบุตร : ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 12 เพื่อล่าความฝันโอลิมปิก

17 มิถุนายน 2564

กลายเป็นอีกหนึ่งนักกีฬาไทยที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้สำหรับ 'หญิง' สุธาสินี เสวตรบุตร นักกีฬาปิงปองทีมชาติไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬาจอมสร้างสถิติ

 

ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่หญิงได้สร้างชื่อไว้ให้ทัพนักตบลูกเด้งทีมชาติไทยจนก้าวมาเป็นมือวางอันดับ 1 ของทีมนั้นกลับมีสิ่งที่น่าสนใจ เธอประสบพบสิ่งต่างๆ มากมายที่พร้อมจะพรากความฝันไปจากเธอได้ทุกเมื่อ หากหัวใจไม่เข้มแข็งพอ แต่ด้วยฝันที่วาดหวังเมื่อครั้งยังเยาวัย ทำให้เธอคนนี้กล้าที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมาย

 

 

 

การเดิมพันครั้งใหญ่ของชีวิต

 

ในช่วงชีวิตของแต่ละบุคคลย่อมมีจุดเปลี่ยนเสมอ มันคือจุดพลิกผันที่อาจจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของชีวิต หญิง สุธาสินีเองก็เช่นกันเธอยอมทุ่มทุนเดิมพันชีวิตทั้งหมดที่เธอมีกับกีฬาที่ชื่นชอบ โดยมีเพียงคำว่า "ต้องทำให้ได้" เท่านั้นที่เป็นต้นทุน เธอยอมสละชีวิตบางส่วนในช่วงวัยเพื่อความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้า

 

ในช่วงวัยเด็กหญิงไร้ซึ่งความสนใจในกีฬาชนิดนี้หวังเพียงแค่ได้ออกกำลังกายยืดเส้นสายให้กระฉับกระเฉง แต่ทว่าเมื่อได้เห็นลูกเด้งในทุกวันจนคุ้นตาทำให้เกิดการซึมซับและกลายเป็นความชอบในที่สุด

 

"หนูตามพี่ๆ ไปที่สนามปิงปองทุกวัน ตอนแรกไม่รู้ว่าตัวเองชอบมั้ยแต่พอเราเห็นภาพแบบนั้นทุกวันมันเกิดความชอบไปเอง พอดีกับที่มีโค้ชคอยสอนด้วยก็เลยเริ่มจับไม้ปิงปองตั้งแต่ตอน 6 ขวบ" 

 

จากเริ่มต้นที่หญิงหวังเล่นปิงปองเพื่อการออกกำลังการแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเธอหันมาเอาจริงเอาจังกับลูกเด้งไปโดยปริยาย เธอเล่าต่อว่าหลังจากที่เรียนได้เพียงชั้นประถมฯ 6 เธอก็ตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษาทันที เพราะหลังจากที่ตัดสินใจออกจากการศึกษาในระบบหญิงก็ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยมีครอบครัวเป็นตัวสนับสนุนชั้นเลิศที่ทำให้เธอเองกล้าที่ทำตามความตั้งใจที่ฝันไว้

 

"พอเราเล่นมาเรื่อยๆ ก็เริ่มมีผลงานจากการแข่งขัน แต่พอเราออกไปแข่งเยอะขึ้นเรากลับเรียนไม่ทันเพื่อนหนูก็เลยบอกกับพ่อแม่ว่าไม่อยากเรียนแล้วทางครอบครัวก็ได้มีการปรึกษากับอาจารย์ว่าหากจะหันมาเอาดีด้านปิงปองต้องมีเวลาฝึกซ้อมมากขึ้น เหมือนกับว่าหนูเดินทางไปแข่งขันบ่อยและไม่ค่อยมีเวลาไปเรียนก็เลยตัดสินใจออกมาเรียนนอกระบบแทนเพื่อจะได้มีเวลาฝึกซ้อมที่มากขึ้นกว่าเดิม" 

 

 

 

 

แรงเสียดทานจากภายนอก

 

แน่นอนว่าเมื่อสิ่งที่ครอบครัวเสวตรบุตรได้ตัดสินใจปล่อยให้หญิงได้เดินทางทำตามความฝันยอมมีเสียงทัดทานจากคนรอบข้างดังขึ้นพร้อมๆ กับคำถามที่ตามมาว่า "ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนั้น" หรือแม้กระทั่ง "ทำไมไม่ให้ลูกได้เรียนหนังสือ" แต่สำหรับครอบครับเสวตรบุตรกลับมองว่าความฝันที่จะได้ก้าวไปสู่นักกีฬาอาชีพของหญิงนั้นสำคัญกว่าจึงเดินหน้าสนับสนุนเต็มที่โดยไม่สนเสียงที่ดังกังวานอยู่รอบข้าง

 

"จะบอกว่าหนูเป็นเด็กคนแรกๆ เลยก็ได้ที่ตัดสินใจออกจากโรงเรียนและไม่เรียนต่อและเชื่อว่าน่าจะเป็นคนแรกๆ ของประเทศก็ได้ที่เลือกมาเอาดีทางด้านกีฬา ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะกล้าให้ลูกทำแบบนี้ เพราะถ้าออกมาจากตรงนั้นแล้วทำไม่ได้ต้องโดนคนด่าแน่ๆ ไม่ใช่แค่หนูคนเดียวพ่อแม่ก็อาจจะโดนด้วย ในเมื่อเราตั้งใจไว้แล้วก็ต้องทำมันให้เต็มที่"

 

ถึงแม้ว่าจะมีบางกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ผนวกกับแรงผลักดันจากครอบครับทำให้หญิงกล้าที่จะเดินหน้าทำตามความฝันที่ได้ตั้งใจไว้ โดยไม่สนใจเสียงรบกวนจากภายนอก สำหรับเธอแล้วมันไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้หัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่งของหญิงสั่นสะเทือนเลยแม้แต่น้อย

 

"เอาจริงๆ หนูไม่ได้สนใจเลย โฟกัสไปที่การฝึกซ้อมแค่อย่างเดียว หนูให้ความสำคัญแค่คำพูดของพ่อ แม่และโค้ชเพราะพวกเขาเป็นคนที่ทำให้หนูเชื่อมั่นในตัวเอง ยอมรับว่ามันก็มีท้อแท้บ้างแต่ไม่ใช่จากคนอื่น มันเป็นการกดดันจากตัวหนูเองที่ทำผลงานออกมาไม่ดี แต่เราก็ต้องรู้ตัวเองว่าเรามีเป้าหมายที่จะต้องไปต่อ ต้องมีสมาธิอยู่กับตัวเองให้มากที่สุด"

 

 

 

 

ตั้งมั่น ตั้งใจและทุ่มเท

 

หลังจากที่ออกจากการเรียนก็หันมาจริงจังกับการฝึกซ้อม โดยแบ่งตารางการฝึกซ้อมออกเป็นสองช่วงคือเช้าและเย็น ในช่วงเช้าจะเริ่มต้นฝึกซ้อมเวลา 09:00-12:00น. ส่วนการฝึกซ้อมในช่วงเย็นที่เป็นช่วงที่หนักหน่วงที่สุดโดยจะเริ่มตั้งแต่ 15:00-20:00น. และจะเป็นเช่นนี้ทุกวันตลอดทั้งสัปดาห์ โดยเน้นหนักไปที่การปูพื้นฐานจากที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นดีเลิศจึงไม่แปลกที่หญิงจะเป็นนักกีฬาปิงปองที่โดดเด่นเกินวัย

 

"โค้ชคนแรกที่ช่วยสอนหนูก็คือครูที่สอนวิชาศิลปะ ตอนนั้นเราพอมีพื้นฐานการเล่นปิงปองอยู่บ้างแล้ว แต่โค้ชก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น ช่วงที่โค้ชไปสอนหนังสือหนูก็ฝึกของหนูเองไปเรื่อยๆ จนโค้ชเห็นว่าพอมีฝีมือก็พาไปแข่งทั้งในระดับจังหวัดจนไปสู่ระดับประเทศ" 

 

ภาพฝันที่หญิงวาดไว้เมื่อเยาว์วัยเริ่มพอที่จะจับต้องได้ ผลพ่วงจากการฝึกซ้อมอย่างหนักส่งผลให้เธอขยับเข้าใกล้คำว่าสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่ง

 

หญิงเล่าสรุปในช่วงท้ายว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ต้องมีความแน่วแน่ นอกจากนี้ต้องหวังพึ่งโชคชะตาร่วมด้วย ถ้าทุกอย่างมันลงตัว จังหวะและเวลามันเข้าล็อค ก็สามารถต่อยอดไปได้อีกไกล หากแต่ไม่เป็นดั่งฝันจงอย่าหยุดยั้งให้ฟันฝ่า เพราะใจเธอตั้งธงไว้แล้วว่าจะเป็นนักปิงปองอาชีพ

 

 

 

 

ในวันที่เธอทำได้

 

ความพยายามบวกกับความมุ่งมันผสานกับหัวจิตหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของหญิงตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีส่งผลให้เด็กวัยเพียง 6 ปีกวาดเหรียญรางวัลในการแข่งขันมากมายกระทั่งก้าวเข้าสู่วัย 16 ปีเธอได้ผ่านการคัดเลือกให้เข้าสู่การแข่งขัน 'ยูธโอลิมปิค'ได้สำเร็จนับเป็นบันไดก้าวแรกที่ส่งให้เธอทำตามความฝันเมื่อเยาว์วัย

 

จากการกล้าที่จะตัดสินใจในวันนั้นทำให้หญิงกลายเป็นที่รู้จักในแวดวงลูกเด้งไม่ว่าจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศจากการแข่งในรายการต่างๆ จนทัพนักกีฬาปิงปองทีมชาติไทยถูกจับตามองมากขึ้นในสายตาโลก พร้อมกันกับการที่เธอได้รับการประดับยศเป็นร้อยตำรวจตรีหญิง สุธาสินี เสวตรบุตร จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ร่วมไปถึงการที่เธอได้ป็นนักกีฬาอาชีพสมใจ

 

"ความฝันของหนูคืออยากเล่นลีกอาชีพ ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าจะได้เงินเท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหนรู้แค่ว่าจะต้องทำให้ได้เพราะคนที่เล่นปิงปองทุกคนกอยากเล่นลีกอาชีพกันทั้งนั้น เงินจะมากจะน้อยมันอาจจะขึ้นอยู่กับผลงานของเราด้วยว่าทำผลได้งานดีแค่ไหน หนูหวังเพียงแค่ว่าสามารถหาเงินมาใช้เองได้โดยไม่ต้องหวังพึ่งครอบครัว"

 

หญิงเพิ่มเติมว่า การหันหลังให้การเรียนในครั้งนั้นพราะใจเธอพุ่งไปที่การได้เป็นนักปิงปองมืออาชีพ แต่เธอก็กล้าที่จะยอมรับว่าเรื่องของโชคชะตาก็มีส่วนสำคัญในการเดินตามเส้นทางฝันของเธอ

 

"มันขึ้นอยูที่ดวงของเราด้วยคือถ้ามันดีก็ดีไปเลยแต่ถ้าไม่ได้หนูก็ยังจะทำมันต่อไปอาจจะมองหาลีกอาชีพที่ต่ำลงมาเพราะมันมีหลายระดับให้เราเล่น แต่ยังไงก็ยังหวังที่จะได้เป็นนักกีฬาอาชีพเหมือนเดิม เพราะในเมื่อหนูตัดสินใจที่จะไม่เรียนแล้วต้องทำให้ได้" หญิงอธิบายและเพิ่มเติมด้วยว่า เธอโชคดีที่มีครอบครัวคอยสนับสนุนให้ทำตามเส้นทางฝัน รวมไปถึงโค้ชผู้ฝึกสอนที่มีส่วนช่วยผลักดันให้เธอมีวันนี้ 

 

"ถึงตอนนี้หนูว่ามันคุ้มค่ามากแล้ว มันมีสิ่งดีๆ เข้ามาเยอะ หนูก็ไม่รู้ว่าถ้ายังเรียนอยู่อาจจะทำไม่ได้เท่านี้ ทั้งหมดนี้มันเป็นการที่เราได้รับการฝึกซ้อมที่เป็นระบบมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นการปลูกฝังพื้นฐานให้แน่นขึ้นจนต่อยอดมาถึงทุกวันนี้ มีบ้างที่เราทำผลงานออกมาไม่ดี เราก็รู้สึกท้อแท้แต่ในเมื่อมีเป้าหมายที่จะไปต่อก็ต้องพยายามทำให้ได้"

 

 

 

ความผิดพลาดครั้งก่อนสู่ความหวังครั้งใหม่

 

โอลิมปิก 2016 เป็นการพิสูจณ์ตัวเองของหญิงสุธาสินี เธอสามารถผ่านรอบคัดเลือกและได้เข้าร่วมการแข่งได้สำเร็จ แม้ว่าผลงานจะออกมาไม่ดีนักต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบสองที่ลงแข่งขัน แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้หญิงหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ เธอบอกว่าความผิดพลาดครั้งก่อนถือเป็นบทเรียนชั้นเลิศที่จะช่วยสอนให้เธอเห็นข้อบกพร่องจนนำมาสู่การแก้ไขให้ดีขึ้น

 

"การได้ไปแข่งโอลิมปิกครั้งแรกของหนูรู้สึกดีใจมากที่เราได้ทำอีกหนึ่งความฝันสำเร็จ หนูตั้งใจซ้อมมากๆ เพื่อรายการนี้แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีเหรียญรางวัลติดไม้ติดมือกลับมาหนูพลาดที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ซึ่งก็รู้ว่าเราซ้อมมาไม่ดีพอทั้งในรื่องของการตีลูกโต้ หนูยืนระยะไม่ได้ ยืนตีกับคู่แข่งได้ไม่นานพอ หลังจากที่ตกรอบมาหนูก็ตั้งใจซ้อมมากขึ้นเอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขใหม่ ฝึกให้หนักเพราะเป้าหมายต่อไปของเราคือโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น"

 

หญิงยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากกับการที่เราจะได้เหรียญรางวัลกลับมา เพราะโอลิมปิกคือการร่วมตัวของนักปิงปองระดับเบอร์ต้นของโลกแต่เธอจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เธอจะสามารถทำได้

 

"โอลิมปิกครั้งนี้มันมีความหมายกับหนูตรงที่ครั้งที่แล้วเราพลาด แต่ครั้งนี้หนูจะต้องคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาให้ได้ที่สามก็ยังดี จะพยายามเรียนรู้จากคู่แข่งแล้วนำมาปรับใช้ในการฝึกซ้อมเพราะกว่าเราจะได้ไปแข่งมันต้องรอถึง 4 ปีเราก็ต้องเน้นให้เต็มที่ จะไม่กดดันตัวเองจะเล่นให้มีความสุขมากกว่าถึงแม้ว่าเราจะแพ้แต่ก็อยากให้คนที่ตามเชียร์เราได้เห็นว่าเราทำมันแล้วอย่างเต็มที่ จะพยายามทำทีละแมตช์ให้ออกมาดีที่สุด"

 

สุดท้ายแล้ว ทุกความสำเร็จย่อมต้องการกำลังใจ หญิงฝากกับแฟนๆ ชาวไทยที่ตามเชียร์ด้วยว่า ขอบคุณทุกแรงใจที่มีให้กันมาโดยตลอดและจะพยายามผ่านเข้ารอบให้ลึกที่สุดเท่าที่เธอคนนี้จะทำได้ จะทำให้คนไทยมีความสุขอีกครั้งกับโอลิมปิกครั้งนี้

 

หญิงอาจจะมีโชคเล็กๆ ที่เส้นทางความฝันของเธอถูกปูพื้นไว้ด้วยโชคชะตาที่สวยงาม แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าส่วนสำคัญนั้นมาจากความกล้าที่จะตัดสินใจและความมุ่งมั่นที่จะพุ่งชนเป้าหมาย ทุกหงาดเหงื่อที่เสียไปแต่แลกมาด้วยการที่เธอขึ้นไปถึงจุดหมายปลายฝัน ทุกๆ คำทัดทานถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ 'หญิง' สุธาสินี เสวตรบุตร คว้าฝันได้สำเร็จ


stadium

author

จิรวัฒน์ จามะรี

ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอวกาศ ในวันที่ฝนตกลงที่หน้าต่างในตอนเช้า

stadium olympic