stadium

ผีพนันเข้าสิง วิญญาณร้ายที่เกือบทำลายฝัน โอลิมปิค ของ เคนโตะ โมโมตะ

25 มกราคม 2563

นักแบดมินตันชายคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่คว้าแชมป์ BWF World Championship ได้สำเร็จ เป็นนักแบดมินตันชายของญี่ปุ่นคนแรกที่สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ใครๆ ก็ต่างยกให้ เคนโตะ โมโมตะ นักตบลูกขนไก่จากจังหวัดคางาวะเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่ยากจะเอาชนะได้ แต่ใครจะรู้เลยว่ากว่าที่เจ้าตัวจะมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเวทีแบดมินตัน โมโมตะ เคยโดนประเทศบ้านเกิดตัวเองแบนจากการแข่งขัน และเกือบจะต้องติดคุกมาแล้วด้วยคดีการพนัน และนี่คือชีวิตที่พลิกไปมาของยอดนักตบลูกขนไก่ เคนโตะ โมโมตะ

 

ฉายแววพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ 

เคนโตะคุง เกิดที่เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า มิโนะ ในจังหวัดเล็กๆ ชื่อ คางาวะ เป็นจังหวัดที่ไม่คุ้นหูชาวต่างชาติ แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็แทบจะไม่เคยมาเยือนที่แห่งนี้ เป็นเรื่องปกติของเด็กชาวญี่ปุ่นที่จะเลือกกีฬาที่ตัวเองถนัดเพื่อกิจกรรมชมรมในโรงเรียนประถม แต่สำหรับ เคนโตะ แล้ว แบดมินตัน ไม่ใช่แค่งานอดิเรกหรือกิจกรรมชมรมเท่านั้นแต่ลูกขนไก่คือสิ่งที่ โมโมตะ หลงไหลและเลือกที่จะจริงจังกับกีฬาชนิดนี้

 

โมโมตะ ได้แชมป์ระดับประถมครั้งแรกในรายการ ออลเจแปน เอเลเมนทารี่ แชมเปี้ยนชิพ (All Japan Elementary School Championship) ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดของประเทศในระดับประถมศึกษา ในระดับมัธยมต้น เคนโตะคุง ย้ายไปเรียนในจังหวัดฟูกูโอกะ ซึ่งต้องนั่งรถไฟข้ามเกาะจากเกาะชิโคคุไปยังเกาะคิวชูที่ห่างกันกว่า 500 กิโลเมตร โมโมตะ เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมฟูกูโอกะและยังคงต่อยอดความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ระดับประเทศอีกครั้ง และนั่นคือบันไดที่ทำให้ โมโมตะ ฝันถึงความสำเร็จระดับทวีป

 

 

ความปราชัยที่สอนให้กลายเป็นผู้ชนะ

ในปี 2011 เคนโตะคุง ในวัย 17 ปีหย่อนๆ ลงแข่งขันในรายการ เวิร์ด จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศไต้หวัน รายการนี้ทำให้ นักเรียนม.ปลายจากโรงเรียนฟูคูโอกะได้รู้ว่าการแข่งขันระดับโลกนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด โมโมตะ ตกรอบรองชนะเลิศโดยแพ้ให้กับ ซุลฟาดิ ซุลคิฟฟี่ นักแบดจากประเทศมาเลเซียซึ่งกลายเป็นแชมป์ด้วยการเอาชนะ วิคเตอร์ อักเซลเซ่น จากประเทศเดนมาร์กในรอบรองชนะเลิศ ส่วน โมโมตะ ก็ได้เหรียญทองแดงคล้องคอกลับบ้านเกิด ซึ่งความพ่ายแพ้ในครั้งนี้จุดเริ่มต้นความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ชนิดไม่นานเกินรอ

 

หลังกลับจาก ไต้หวัน โมโมตะ ต้องลงแข่งขันรายการระดับมัธยมปลายที่ศักดิสิทธิที่สุดของประเทศในรายการ ชิงแชมป์แห่งชาติระดับมัธยมปลาย หรือ อินเตอร์ไฮ ในฐานะตัวแทนของจังหวัดฟุกุโอกะ (การแข่งขันอินเตอร์ไฮ จะประกอบไปด้วย 47 คนหรือ 47 ทีมตามจำนวนจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีการคัดนักกีฬาหรือทีมด้วยตัวเอง) อย่างไรก็ตาม โมโมตะ พ่ายให้กับนักแบดรุ่นพี่อย่าง เคนิชิ ทาโกะ ไปในรอบชิงชนะเลิศ แต่ฟอร์มการเล่นและความทุ่มเทในสนามแข่งขันไปถูกตาต้องใจสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศญี่ปุ่นหรือ NBA (Nippon Badminton Association) และทำให้ โมโมตะ ได้โอกาสเข้าไปเป็นนักกีฬาแบดมินตันของทีมชาติญี่ปุ่นและได้เข้าไปฝึกซ้อมในกรุงโตเกียวที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬา อายิโนะโมโตะ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Ajinomoto Training Center

 

ปีทองของ โมโมตะ ในวัยมัธยมปลายมาถึงเพียงปีถัดมา เคนโตะคุง ลงแข่งขันรายการ เอเชีย จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศเกาหลีใต้ และคราวนี้สามารถเอาชนะนักตบลูกขนไก่จากเกาหลีใต้ไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ 2 เซ็ทรวด ก่อนที่ไม่เกิน 5 เดือนต่อมาจะกลับมาที่บ้านเกิดและคว้าแชมป์ เวิลด์ จูเนียร์ ได้สำเร็จ ทำให้เพียงแค่ 2 ปี โมโมตะ ก็สามารถคว้าแชมป์ระดับเยาวชนได้ทั้งระดับทวีปและระดับโลก

 

 

วิญญาณร้ายที่ชื่อ ผีพนัน และโอกาสแก้ตัวจากรุ่นพี่

โมโมตะ คือดาวจรัสแสงแห่งวงการลูกขนไก่ญี่ปุ่น ในปี 2015 เขาคว้าแชมป์ระดับอาชีพอย่างต่อเนื่องในรายการระดับ BWF World Series และ BWF World Tour นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของสถิติแชมป์ชายเดี่ยวอายุน้อยสุดของโลกในรายการ Singapore Open ปี 2015 ซึ่งสถิตินี้ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ในขณะที่ โอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงริโอ เดอ จานิโร ประเทศบราซิลกำลังใกล้เข้ามา เคนโตะ โมโมตะ กลายเป็นความหวังของทัพนักกีฬาแดนอาทิตยอุทัยที่จะคว้าเหรียญทองโอลิมปิก แต่ความหวังก็จบก่อนที่จะได้เริ่มด้วยเหตุผลจากการพนัน

 

วันที่ 7 เมษายน ปี 2016 ก่อน โอลิมปิกเกมส์ 2016 เพียง 3 เดือน เคนโตะ โมโมตะ ถูกตำรวจคุมตัวพร้อมกับนักแบดรุ่นพี่ เคนิชิ ทาโกะ ในข้อหาเข้าบ่อนพนัน สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ โมโมตะ เพิ่งคว้าแชมป์ อินเดีย โอเพ่น 2016 เพียงแค่ 2 วัน เจ้าตัวสารภาพว่าเขาเข้าไปเล่นพนันในคาสิโนที่ย่าน คินชิโช ในกรุงโตเกียวบ่อยครั้ง ซึ่งตรงกับคำให้การของพนักงานคาสิโนที่ชี้ว่า โมโมตะ มาเล่นที่คาสิโนนี้ประมาณ 6 ครั้ง ซึ่ง โมโมตะ บอกเพิ่มเติมว่าเขาใช้เงินในคาสิโนไปราวๆ 5 แสนเยน

 

การพนันในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ซึ่งเราไม่สามารถเอาร้านปาจิงโกะที่มีตู้สล็อทไปเปรียบเทียบกันได้เพราะประเทศญี่ปุ่นไม่นับปาจิงโกะเป็นการพนัน เพราะรางวัลที่ได้จากปาจิงโกะ เป็นชิพเหรียญเงินที่ไร้มูลค่า อาจจะมีร้านรับแลกชิพเป็นเงินเล็กน้อยตามตรอกซอกซอย แต่ก็ไม่นับเป็นการพนันอยู่ดี

 

ในความเป็นจริงแล้วใน 6 ครั้งที่ โมโมตะ เข้าไปเล่นพนันเขาเสียเงินไปราวๆ 5 แสนเยนซึ่งแทบไม่เข้าเนื้อของนักแบดวัย 21 ปีด้วยซ้ำ แต่หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง ทาโกะ ที่หมดเงินไปกับการพนันกว่า 10 ล้านเยนตลอดการเข้าไปในบ่อนตลอด 2 ปี ถือว่า โมโมตะ ยังสูญเสียน้อยกับการกระทำที่ไร้ซึ่งความยั้งคิดคราวนี้

 

แม้จะเป็นความหวังสูงสุดของชาติ แต่สำหรับประเทศที่นับความรับผิดชอบเหนือสิ่งอื่นใด คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศญี่ปุ่นหรือ JOC (Japan Olympic Committee) และสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจแบนนักกีฬาทั้ง 2 คนจากทัพนักกีฬาใน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ทันที 

 

 

ทาโกะ โดนถอดชื่อออกจากการเป็นนักกีฬาของสมาคมแบดญี่ปุ่น ในขณะที่ขาข้างหนึ่งของ โมโมตะ ก็อยู่ปากเหวที่ไร้ซึ่งอนาคต แต่กลายเป็นนักแบดรุ่นพี่อย่าง ทาโกะ ที่สารภาพว่าเขาเป็นคนชักชวนให้ โมโมตะ เดินเข้าสู่ด้านมืด และสิ่งที่ทำให้ โมโมตะ รอดจากการโดนแบนถาวรคือคำขอร้องของรุ่นพี่ที่พูดกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติว่า “เขายินยอมที่จะรับโทษทุกกรณีแม้กระทั่งต้องแบนห้ามแข่งขัน แต่เขาขอโอกาสอีกหนึ่งครั้งให้กับ โมโมตะ ได้เล่นแบดมินตันอีกครั้ง” 

 

ท้ายที่สุด JOC และ NBA ตัดสินใจแบน ทาโกะ จากการเป็นนักกีฬาทีมชาติถาวร และถอด เคนโตะ โมโมตะ จากการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2016 และแบนจากการแข่งขันนานาชาติเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่รุ่นพี่และอดีตคู่แข่งมอบให้เพราะต้องการสานต่อความฝันในการแข่งขันแบดมินตันและเหรียญทองโอลิมปิกของเจ้าตัว

 

2 ปี ที่ โมโมตะ หายไปจากวงการแบดมินตัน นอกจากจะไม่ทำให้ไฟในหัวใจของเขามอดดับลง ซ้ำยังทำให้หนุ่มจากจังหวัด คางาวะ กลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ตั้งแต่ปี 2018 และ 2019 เคนโตะ โมโมตะ คว้าแชมป์ในระดับ BWF World Tour ถึง 12 รายการ และคว้าแชมป์โลกและแชมป์เอเชีย 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ โมโมตะ ที่เกือบจะหมดอนาคตในคอร์ตลูกขนไก่ก้าวขึ้นมาเป็นนักแบดมินตันมือหนึ่งของโลกและเป็นนักแบดชายชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ทำได้สำเร็จ และในปี 2020 ที่ โอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว กำลังจะมาถึง เขาจะกลับมาเป็นความหวังเหรียญทองของชาติอีกครั้งและในคราวนี้พนันได้เลยว่า โมโมตะ จะเฉิดฉายใน โอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรกในวัย 25 ปีอย่างแน่นอน


TAG ที่เกี่ยวข้อง

stadium

author

Kapeebara

StadiumTH Content Creator

stadium olympic