stadium

กำลังสำรองของไทย...ใครดี?

13 พฤษภาคม 2564

568

กำลังสำรองของไทย...ใครดี?

#ช้างศึกริงไซด์ by akinson149

 

“ถ้าหากมีนักเตะหลายคนไม่สามารถเดินทางไปได้ ด้วยการเตรียมนักเตะอีกชุดหนึ่งที่นอกเหนือจากที่โค้ชอากิระ นิชิโนะประกาศรายชื่อเอาไว้47คนแรก ตอนนี้เรากำลังเตรียมเอกสารนักเตะเพิ่มเติมไว้ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถเดินทางไปแข่งขันแทนนักเตะที่มีปัญหาได้ทันที” จากบทสัมภาษณ์ของเลขาโจ คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ที่ได้พูดไว้ถึงแผนสองของทีมชาติไทยในกรณีที่เกิด “ดวงแตก” มีนักเตะติดเชื้อโควิดเพิ่มจนอาจทำให้จำนวนแข้งช้างศึกที่สามารถเดินทางไปแข่งที่ยูเออีเกิดเข้าโหมด “อัตคัด”

 

ลึกๆผมยังมั่นใจว่าเราคงไม่น่าจะ “ซวย” ถึงขนาดที่นักเตะชุดแรกของเราจะติดโควิดกันนัวจนทำให้ต้องโละทิ้งทั้งหมด แต่อย่างว่าการมีแผนสองย่อมดีกว่าไม่มี(ใช่ไหมล่ะ) เพราะถ้าหากมันดันเกิดขึ้นมาจริงๆ เราก็ยังมีทีมที่ดีพร้อมส่งเข้าแข่งขัน  

 

“แต่ใครล่ะคือกำลังสำรองที่เราจะต้องนึกถึงในเวลาแบบนี้?”

 

“นั่นซิ!” เพราะหากชำเลืองดูชุดผู้เล่นชุดที่สองที่เหลืออยู่ 18 คนบวกตัวนอกอีกสาม(เจ,อุ้มและเจ้ากัน) ด้วยสัดส่วน 2-7-9-3 ตามลำดับตำแหน่งในสนามดูผิวเผินก็พอได้อยู่นะ เพราะรายชื่อส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ล้วนแล้วแต่เป็นตัวหลักสโมสรและคนคุ้นเคยในทีมชาติ แต่อย่างว่าหากลองมาโฟกัสแบบพิถีพิถันในสัดส่วนที่ว่ามานั้น มันก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เรายังต้องทบทวนอยู่เหมือนกัน

 

กับเซ็นเตอร์อาชีพที่มีแค่ 2 คนบนทัวร์นาเม้นต์ที่ต้องเตะกันแบบลากยาว 3 นัดในสองสัปดาห์ มองยังไงก็ต้องบอกว่ามันดูจะน้อยเกินไปหน่อย เพราะหากเกิดมีใครเจ็บ, แบน หรือเกิดเหตุแอคซิเดนจนลงสนามไม่ได้ขึ้นมา เราอาจต้องลุ้นกันตัวโก่งตลอด 90 นาทีกับ “เซ็นเตอร์จำเป็น” ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่

กฤษฎา กาแมน

และถ้าจะพูดถึง 1-2 รายชื่อแรกๆที่แล่นเข้ามาในหัวผมสำหรับคนที่เล่นเซ็นเตอร์อาชีพและทำผลงานได้ดีในบอลลีกฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับผมคงหนีไม่พ้น “เจ้าบอมบ์และเจ้าและห์” (ชินภัทร์ ลีเอาะและกฤษฎา กาแมน) เพราะทั้งคู่ต่างเป็นตัวหลักให้สโมสรและก็ทำผลงานได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ที่สำคัญทั้งคู่ยังเคยร่วมงานกับโค้ชอากิระ นิชิโนะมาแล้วในฟุตบอลชิงแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน23ปีที่ไทยเป็นเจ้าภาพซึ่งก็น่าจะพอรู้สไตล์, วิธีการเล่นและสิ่งที่โค้ชต้องการซึ่งข้อนี้จะทำให้พวกเขาไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก

ชินภัทร์ ลีเอาะ

ส่วนในตำแหน่งกองกลาง การขาดหายไปของทั้ง “เจ้าตังค์” และ “เจ้านิว” ซึ่งทีมชาติไทยจะขาดตัวเชื่อมเกมในแดนกลางและผู้เล่นที่มีความแม่นยำในการรับ-ส่งบอลให้ตัวเข้าทำ ผมนึกถึง “เจ้าเกม” รัตนากร ใหม่คามิ อีกหนึ่งกองกลางจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเป็นคนแรกๆ ซึ่งแน่นอนว่าแม้ประสบการ์ณของเจ้าเกมอาจไม่เทียบเท่ารุ่นพี่อย่างตังค์กับนิวแต่ด้วยจำนวนแอสซิสต์ที่มาเป็นอันดับห้าของไทยลีกก็พอจะการันตีได้ว่าฝีไม้ลายมือของเจ้าตัวนั้นมันไม่ธรรมดา

รัตนากร ใหม่คามิ

อีกคนที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้คือ “เจ้านนท์” อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ วันเดอร์คิดอดีตเด็กสร้างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดรุ่นเดียวกับเจ้าเช็คและเจ้าอาร์ม ซึ่งมีให้เห็นหลายครั้งไม่ว่าจะกับทรู แบงค็อก ยูไนเต็ดหรือทีมชาติที่เจ้าตัวมักถูกส่งลงมาเป็น “ตัวโจ็กเกอร์” ช่วยกู้สถานการ์ณของทีม ไม่ว่าจะลงมาเป็นคนยิง, เรียกใบเหลือง-แดงจากทีมคู่แข่งหรือช่วยแอสซิสต์ให้เพื่อน ผมคิดว่าการหนีบเอาเจ้านนท์ไปยูเออีอีกซักคนก็เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาไม่น้อยอยู่เหมือนกัน  

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

และสำหรับตำแหน่งเพชรฆาต การหายไปของ “อุลตร้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร อาจไม่ส่งผลต่อทีมมากนัก เพราะทีมชาติไทยในยุคนี้มักได้ประตูจากผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางมากกว่า แถมสรรพาวุธในตำแหน่งกองกลางตัวรุกของเราก็พอจะเชื่อขนมได้อยู่ ดังนั้นในจุดนี้จึงไม่น่าจะมีอะไรให้น่าหนักใจสำหรับแฟนบอลชาวไทย และคงไม่ต้องเรียกใครมาเพิ่มก็ได้

 

“มีเหลือดีกว่าขาด” ในเมื่อระเบียบการแข่งขันมันไม่ได้กำหนดให้พกนักเตะไปยูเออีได้กี่คน และในเมื่อสถานการ์ณมันบีบบังคับแบบนี้ บางทีนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่วลี “รักพี่เสียดายน้อง” กับ “สองใจ” จะทำงานได้ดีก็อาจจะเป็นไปได้

 

ว่าแต่ท่านผู้อ่านล่ะ...อยากได้ใครเป็นกำลังสำรอง?


stadium

author

“akinson149” พงศ์รัตน์ วินัยวัฒนวงศ์

Moderator เพจ thailandsusu (Section: บทความ-แปลข่าวบอลไทย) และคอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย

โตโยต้า โอลิมปิก toyota olympic