stadium

แผนสองของทีมชาติไทย ในวันที่อาจไร้ "ชนาธิป"

12 พฤษภาคม 2564

1776

แผนสองของทีมชาติไทย ในวันที่อาจไร้ "ชนาธิป"

แบกเป้ดูบอลไทย By #เก้นนิติพงษ์

 

"เราโดนกระแทกตรงเข่ามาแถวๆ กล้ามเนื้อหัวเข่า มันอาจจะฉีกนิดหน่อย แต่ไม่ถึงขั้นต้องผ่า วันแรกเรานอนปวดทั้งคืนเหมือนเดินไม่ได้ งอขาไม่ได้ เดินแทบไม่ได้ ตอนแรกก็คิดว่าต้องไปผ่าแน่ แต่พอเข้าไปเอ็มอาร์ไอแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาเพราะไม่ถึงขั้นต้องผ่า แต่ก็ยังเดินไม่สะดวก ตอนนี้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้กลับมาได้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่อยากไปเร่ง หัวเข่านั้นสำคัญมาก มันก็ต้องใช้เวลารักษา" นี่คือประโยคที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้กล่าวไว้ผ่านทางเพจ ฟุตบอล108

ชนาธิป สรงกระสินธ์

แน่นอนว่านี่คือสัญญาณที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักต่อทัพ “ช้างศึก” ที่กำลังเผชิญกับมรสุมอยู่หลายทาง จนต้องมีการปรับเปลี่ยนการวางแผนทั้งใน และนอกสนามมากมาย ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

ฉะนั้น “แผนสอง” ของการจัดทัพในสนาม จึงเป็นโจทย์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายของ อากิระ นิชิโนะ ว่าจะปรับเปลี่ยนแทคติกของทีมชาติไทยชุดนี้ให้ออกมาเป็นในรูปแบบไหน ในกรณีที่ “ถ้า” ชนาธิป ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บหัวเข่า

 

วันนี้เราจะมาร่วมถกประเด็นนี้ด้วยกัน กับ “แผนสอง”ของทีมชาติไทย ในวันที่อาจไร้ "ชนาธิป" ในสนาม…

 

ถึงเวลา #สุมัญญาปุริสาย

สุมัญญา ปุริสาย

ชื่อของ สุมัญญา ปุริสาย นั้นอยู่ในโฟกัสของแฟนบอลบ้านเรามาอย่างยาวนานในฐานะ เพลย์เมคเกอร์ พันธุ์แท้ ด้วยสไตล์การเล่นที่เปี่ยมไปด้วยมันสมองของการออกบอล การขึ้นเกมรุก สายตาอันคมกริบดุดเหยี่ยว จนนำมาซึ่ง 4 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ในสีเสื้อ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กระทั่งพาต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 1 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่า เขานี่แหละคือหนึ่งในตัวตายตัวแทนที่เหมาะสมกับบทบาทที่ ชนาธิป เป็นอยู่ใน 47 รายชื่อทัพ “ช้างศึก” ที่ อากิระ นิชิโนะ เรียกมาเข้าแคมป์ในครั้งนี้

 

นอกจากความสามารถเรื่องของฝีเท้าแล้ว เพลย์เมคเกอร์เลือดร้อยเอ็ดรายนี้ยังได้เปรียบในเรื่องของประสบการณ์ที่สั่งสม และเพาะบ่มจนได้ที่ราวกับไวน์ชั้นดี นี่อาจจะกลายเป็นแต้มต่อที่กุนซือแดนอาทิตย์อุทัยจัดสินใจมอบบทบาทการเป็นตัวปั้นเกมไว้ในมือของ สุมัญญา เพราะท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน บวกกับเป้าหมายที่เราเองก็ต้องการคว้าชัยชนะให้ได้ทุกนัดเพื่อการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่ในรอบต่อไป การตัดสินใจสำคัญๆ ในช่วงเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็อาจจะนำมาซึ่งผลแพ้-ชนะเลยก็ว่าได้

 

ดังนั้น หาก อากิระ นิชิโนะ จะตัดสินใจใช้นักเตะที่สามารถรับมือกับความกดดันทั้งใน และนอกสนามได้ดีไม่มีตื่นตระหนก โอกาสที่เราจะได้เห็น สุมัญญา ปุริสาย ออกสตาร์ทในฐานะ 11 ตัวจริงตั้งแต่เกมนัดแรกกับ อินโดนีเซีย ก็มีความเป็นไปได้ค่อยข้างสูงเลยทีเดียว

 

#ศิวกรณ์เตียตระกูล ของดีจากทัพกว่างโซ้ง

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

เจ้าของฉายา “ซ้ายสั่งตาย” จากค่าย “กว่างโซ้งมหาภัย” คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยพละกำลังมหาศาล บวกกับมันสมองในการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยเซ้นส์ของการเป็นเพลย์เมคเกอร์ขนานแท้ บวกกับการได้รับโอกาสจาก อากิระ นิชิโนะ ในสืเสื้อทีมชาติอยู่เสมอ น่าจะทำให้เจ้าตัวมีโอกาสได้ออกสตาร์ทกับบทบาทนี้ได้ค่อนข้างสูง

 

นอกเหนือจากการปั้นเกมที่เป็นของถนัดเข้าเฟยแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดทีขาดจากการลากเลื้อยทะลุทะลวงเพื่อเจาะพื้นที่ระหว่างมิดฟิลด์ตัวรับของคู่แข่ง และเซนเตอร์ฮาล์ฟ แน่นอนว่าอาจจะนำมาซึ่งฟรีคิกที่เจ้าตัวเองก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ต้องมาวัดใน นิชิโนะ แล้วว่า นี่จะเป็นช่วงเวลาที่กุนซือรายนี้ตัดสินใจมอบบทบาทสำคัญให้กับ ศิวกรณ์ เตียตระกูล ในสีเสื้อทัพ “ช้างศึก” ที่ ยูเออี นี้หรือไม่

 

#สุภโชคสารชาติ จากตัวริมเส้นสู่บทบาทปั้นเกมเพื่อชาติ

สุภโชค สารชาติ

นี่คือเพชรเม็ดงามที่สุดคนหนึ่งในรอบทศวรรษของทีมชาติไทยที่เต็มไปด้วยความครบเครื่องทั้งความเร็ว การอ่านเกม การเล่นเพื่อทีมทั้งในยามที่ตัวเองมีบอล และไม่มีบอล ตลอดจนการจบสกอร์อันคมกริบ ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำว่า สุภโชค สารชาติ นั้นเปี่ยมไปด้วยพิษสง และเป็นประโยชน์ต่อทีมชาติไทยในทุกๆ แทคติก

 

ภาพชินตาที่ทุกคนมักจะได้เห็นยามที่ สุภโชค วาดลวดลายบนผืนฟลอร์หญ้าก็คือ จังหวะการใช้สปีดเพื่อปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง ก่อนจะลากตัดเข้าในเพื่อบรรจงปั่นโค้งๆ หากแต่เป็นไปได้เช่นกันว่า อากิระ นิชิโนะ อาจจะตัดสินใจปรับบทบาทของดาวเตะจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้มายืนเป็นเพลย์เมคเกอร์แทน เพราะด้วยทักษะการออกบอลอันยอดเยี่ยม และการตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของเจ้าตัวได้ดี รวมถึงการหวังผลจากการลูกยิงแถวสองในยามที่เกมตื้อ ตลอดจนความยืดหยุ่นในการปรับบทบาทของตัวเอง ทำให้ สุภโชค ติดโผเข้ามาเป็นหนึ่งในว่าที่เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติไทยชุดนี้ไม่น้อย

 

ผลงาน 9 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในซีซั่นที่ผาานมา คือสิ่งที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยความคงเส้นคงวา นี่คือข้อดีที่แนวรุกจากทัพ “ปราสาทสายฟ้า” รายนี้ทำได้ดีไม่มีตก และเราหวังว่าเจ้าตัวจะยังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ในสีเสื้อทีมชาติไทย ไม่ว่าจะลงเล่นในบทบาทไหนก็ตาม

 

#โปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย

 

วันที่ 3 มิถุนายน 2564

- ทีมชาติไทย พบ อินโดนีเซีย เวลา 23.45 น. ณ สนามอัล มัคตูม

 

วันที่ 7 มิถุนายน 2564

- ยูเออี พบ ทีมชาติไทย เวลา 23.45 น. ณ สนามซาบีล

 

วันที่ 15 มิถุนายน 2564

- ทีมชาติไทย พบ มาเลเซีย เวลา 23.45 น. ณ สนามอัล มัคตูม


stadium

author

เก้น นิติพงษ์ยวนตระกูล

ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มเมืองเหนือไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล และบรรณาธิการกีฬา ที่คลั่งไค

โตโยต้า โอลิมปิก toyota olympic