stadium

ธณชัย หนูราช - “ถ้าเราไม่เก่ง ยิ่งต้องมีวินัย และขยันฝึกซ้อม”

20 กุมภาพันธ์ 2564

289

ธณชัย หนูราช “ถ้าเราไม่เก่ง ยิ่งต้องมีวินัย และขยันฝึกซ้อม”

โดย ช้างศึก x Play Now Thailand

 

สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือ “สวาทแคท” กำลังเป็นทีมถูกจับตามองบนเวทีไทยลีก จากผลงานเดินหน้าคว้าชัยอย่างต่อเนื่องถึง 6 นัดรวด เก็บได้ 18 คะแนน ยิงไป 14 เสียแค่ 3 ประตู พร้อมเก็บคลีนชีตได้จาก 5 นัดหลัง โดยผู้เล่นคนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในผลงานดังกล่าวคงจะได้แก่ “เบียร์” ธณชัย หนูราช ผู้รักษาประตูวัย 28 ปี ที่ฟอร์มพุ่งแรงจนเบียดขึ้นมาเป็นมือหนึ่งของทีมในช่วงเวลานี้ และถึงแม้หลังจากนั้นในเกมล่าสุด สวาทแคทจะเสียสถิติชนะรวด เพราะบุกไปเยือนและเสมอกับทีมแชมป์เก่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ประตู ทว่าในเกมนั้นเองเจ้าเบียร์ก็สามารถสร้างสถิติไม่เสียประตูนานที่สุดในไทยลีกฤดูกาล 2020/21 ด้วยเวลา 548 นาที แซงหน้า ฉัตรชัย บุตรพรม ที่ทำไว้ได้ 512 นาที

 

“ถ้าย้อนไปสมัยเด็ก ผมก็อยากออกไปวิ่งเตะบอล แต่เพื่อนเขาบอกว่า เฮ้ย ไม่ต้องเล่น ไปยืนเฝ้าเสา เราก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอบ่อยครั้งเข้า กลายเป็นตำแหน่งประจำที่เพื่อนมอบหมายให้เรา ผมก็เล่นเป็นผู้รักษาประตูมาตั้งแต่สมัยชั้นประถมเรื่อยมาถึงมัธยม”

 

ธณชัยเล่าความเป็นมาของตัวเองว่า “บ้านเกิดผมอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ผมก็เหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไป เล่นบอลตามโรงเรียน ไม่มีเป้าหมายอะไร เพราะเรายังไม่รู้เรื่องฟุตบอลลีกในเมืองไทย อาจจะประมาณว่าโอกาสที่จะเข้ามาหาเรามีน้อย ไม่เหมือนสมัยนี้ที่แต่ละโรงเรียนจะมีอะคาเดมีฟุตบอล หรือมีโครงการช้างเผือกสนับสนุน แล้วเราก็ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอะไร ตอนนั้นเลยไม่ได้มุ่งเป้าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เลยเลือกเรียนต่อสายสามัญ”

 

เขาจากบ้านเกิดไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ควบคู่กับการเล่นฟุตบอลเป็นตัวมหาวิทยาลัยในตำแหน่งผู้รักษาประตู และตระเวนเล่นฟุตบอลเดินสายกับเพื่อนๆ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าการมาที่นี่เสมือนเป็น “การเปิดโลกฟุตบอล” เพราะเมื่อปี 2554 มีโอกาสได้ไปชมเกมฟุตบอลไทยลีกที่สนาม อบจ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนั้นทีมขอนแก่น เอฟซี เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นหนแรก

 

กระทั่งเริ่มรู้ใจตนเองแน่ชัด ธณชัยซึ่งยังเรียนไม่จบตัดสินใจไปคัดตัวกับทีมขอนแก่น เอฟซี แล้วพบกับคู่แข่งจำนวนมาก เขาต้องไปคัดตัวถึง 3 รอบโดยไม่ย่อท้อ กว่าทีมจะพอเห็นฝีมือและความตั้งใจ จนเซ็นสัญญารับเขาไปเป็นผู้รักษาประตูมือ 4 ไม่มีเงินเดือนให้ แต่ได้รับเบี้ยเลี้ยงค่าซ้อมวันละ 300 บาท กระนั้นเจ้าตัวก็ดีใจแล้ว เพราะถือเป็นก้าวแรกของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

ในปี 2015 ขอนแก่น เอฟซีซึ่งเล่นในลีกรองได้ไปแข่งฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ กับทีมชลบุรี เอฟซี และแม้จะพ่ายไป 1-0 ประตู แต่เบียร์ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าเสาโชว์ผลงานได้ดีในสนาม กระทั่งฉลามชลขอซื้อตัวไปเล่นให้ในปี 2016

 

ทว่าชีวิตนักเตะที่ชลบุรี เอฟซีดูจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนัก นอกจากธนชัยไม่ค่อยมีโอกาสลงเล่นเท่าไรแล้ว เมื่อครั้งที่ทีมบุกไปโดน เอฟซี โตเกียว ถล่ม 9-0 ประตู ในเกมเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2016 รอบเพลย์ออฟ ธณชัยซึ่งเป็นผู้รักษาประตูโดนแฟนบอลด่ายับในโซเชียลมีเดีย  

 

“โดนยิงไป 9 ลูก มันเป็นอะไรที่ถือว่าแย่สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู คนมองว่าทำไมถึงรับไม่ได้ ฟีดแบ็กไม่ดี กลับมาโดนด่าเยอะ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้กลับมาทบทวนตัวเองว่าเราไม่ดีตรงไหน เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ถูกวิพากษ์ และคิดว่าจะทำยังไงเพื่อก้าวข้ามความผิดพลาด ก็คือการฝึกซ้อม ซ้อมให้หนัก ดูแลระเบียบวินัยตัวเองให้ดี อย่างเพื่อนซ้อมเท่าหนึ่ง เราต้องซ้อม 2-3 เท่า เตรียมร่างกายให้พร้อมตามที่โค้ชเขาฝึกซ้อม ก็ทำซ้ำอย่างนี้ ใช้เวลานานมากกว่าเราจะกลับมาสู่เส้นทางได้อีกครั้ง”

 

เมื่ออยู่กับฉลามชลแล้วไม่ค่อยมีโอกาสลงเล่น ต้นสังกัดจึงปล่อยธณชัยให้สโมสรอื่นยืมตัว เขาพเนจรไปทั้งหนองบัว พิชญ เอฟซี และ ระยอง เอฟซี กระทั่งปี 2020 สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้เซ็นสัญญาซื้อตัวเขาเข้าสู่ทีม ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเหมือนการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

 

ธณชัยเล่าว่าเมื่อย้ายมาอยู่บ้านใหม่แห่งนี้ เขาใช้เวลา 8 เดือนกว่าจะมีแมตช์ลงแข่งขันที่เป็นทางการ ส่วนแมตช์ที่ประทับใจที่สุด คือนัดที่สวาทแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกไปคว้าชัยจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-2 ประตู โดยที่เขาเล่นเป็นตัวจริง 11 คนแรกด้วย

 

“วันนั้นทีมของเราเล่นดี ผมมีโอกาสเซฟลูกยากๆ บ้าง แล้วสิ่งที่ดีใจคือ ตั้งแต่ผมเล่นฟุตบอลอาชีพมา ไม่เคยเจอทีมบุรีรัมย์เลย แล้วแมตช์นั้นเจอบุรีรัมย์ครั้งแรก ทีมเราชนะด้วย เลยเป็นแมตช์ที่ประทับใจของผม”

 

ขณะที่การเล่นให้สโมสรต้นสังกัดกำลังไปด้วยดี โอกาสสำคัญในชีวิตนักฟุตบอลก็มาถึง เมื่อธณชัยได้ข่าวว่าตนเองมีชื่อถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก ในช่วงปลายปี 2563 ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ารู้สึกดีใจมากที่ความฝันเป็นจริง มันคือผลของความมุ่งมั่น ทุ่มเทมาตลอด และยังเกี่ยวพันกับคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้กับพ่อด้วย

 

“ครอบครัวเรามีพ่อ แม่ ผมเป็นพี่คนโต และมีน้องอีกสองคน ตั้งแต่จำความได้ ปรกติพ่อไม่ค่อยดื่มเหล้าหรอก แต่วันไหนเขาดื่มจะหยุดไม่ได้ กินไปเรื่อยๆ งานการก็จะเสีย ถึงขั้นเลวร้ายที่สุดคือทำลายข้าวของที่บ้าน ทีวี พัดลม พังหมด เราเลยคิดว่าจะทำอะไรให้พ่อเลิกเหล้า” ธณชัยเล่าให้ฟัง

 

“ทีนี้วันนึงเราได้ดูคลิปวิดีโอ ที่พี่ซิโก้ให้สัมภาษณ์ว่าเคยขอให้พ่อเลิกเหล้าถ้าเขาติดทีมชาติ เราเลยจำมาใช้บ้าง ผมไปขอพ่อว่าถ้าผมติดทีมชาติ พ่อเลิกเหล้าให้ผมได้ไหม แกก็รับคำ แล้วพอวันที่ผมติดทีมชาติปุ๊บ แม่กับน้องก็โทรมาบอกว่าเขาทำได้แล้วนะ พ่อเลิกเหล้าเรียบร้อย จนถึงวันนี้พ่อเลิกเหล้ามาได้เป็นปีแล้ว”

 

หากมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น ที่ธณชัยบอกว่าเขาเป็นเพียงเด็กต่างจังหวัด ไม่เคยผ่านระบบอะคาเดมี หรือการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนเป็นเรื่องเป็นราว จนวันนี้ที่ก้าวมาเป็นนายประตูทีมไทยลีก มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ ล่าสุดสร้างผลงานไม่เสียประตูในไทยลีกนานถึง 548 นาที ก็เป็นผลมาจากทัศนคติที่ตนเองยึดมั่นมาตลอดการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

“ผมมาเริ่มเล่นฟุตบอลจริงจัง มีโค้ชประตูสอนให้ก็ตอนอายุ 19 สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งมันเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นในรุ่นๆ เดียวกัน แต่ผมมองว่าทุกคนมีโอกาสที่จะเรียนรู้ได้ อยู่ที่ตัวเราว่าอยากจะพัฒนาหรือเปล่า” ธณชัยกล่าว

 

“ในเมื่อเราเริ่มช้ากว่าคนอื่น แล้วทำไมต้องไปเสียเวลากับเรื่องนอกสนาม อบายมุขต่างๆ ถ้าเราไม่มีระเบียบวินัย มัวไปเที่ยวเตร่ บ้าผู้หญิง เวลาที่เราฝึกซ้อมจะน้อยลง เราจะเอาเวลาที่ไหนไปพัฒนาการเล่น ผมจึงเตือนใจตัวเองมาตลอดว่า ถ้าเราไม่เก่ง ยิ่งต้องมีวินัย ขยันฝึกซ้อม อดทน สักวันหนึ่งโอกาสจะมาหาเรา แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ต้องถามตัวเองว่า เราทำเต็มที่แล้วหรือยัง เราทุ่มเทกับมันมากน้อยแค่ไหน”

 

ธณชัยยังบอกว่าอาชีพนักฟุตบอลให้อะไรกับเขาหลายอย่าง ไม่ว่ารายได้เพื่อจุนเจือครอบครัว และความสุขยามลงสนามแข่งขันในตำแหน่งผู้รักษาประตู

 

“ผู้รักษาประตูคือผู้ปิดทองหลังพระ ถ้าวันไหนทีมแพ้ ทั้งที่เราอาจจะเซฟมาไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูก แต่พอเสียประตู เราก็โดนด่าโดนต่อว่า แต่ผมมองว่ามันเป็นเสน่ห์ของฟุตบอล ทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน อย่างในร่างกายยังมีทั้งมือ แขน ขา ทุกคนล้วนมีหน้าที่ต่างกันเพื่อประคับประคองทีมไปข้างหน้า สิ่งที่เป็นความสุขสำหรับผมก็คือ การที่เราได้ช่วยทีมเต็มที่ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เราพยายามทำให้ดีที่สุด แล้วจะได้ไม่ต้องมาเสียดายที่หลัง”


TAG ที่เกี่ยวข้อง

stadium

author

Play Now Thailand

Changsuek Content Creator