stadium

แด่ กวินทร์ ชายผู้แบกฝันคนไทย กับเส้นทางชีวิตที่พร้อมสู้ไม่มีถอย

6 มกราคม 2564

95

แด่ "กวินทร์"

ชายผู้แบกฝันคนไทย กับเส้นทางชีวิตที่พร้อมสู้ไม่มีถอย

#แบกเป้ดูบอลไทย 

 

นี่คงเป็นการพูดถึง ตอง แบบ “จริงจัง” ครั้งที่สามของผม

 

ครั้งแรกคือ การสัมภาษณ์แบบส่วนตัวกับ ตอง ในวันเปิดตัวการเตรียมไปค้าแข้งกับ โอเอช ลูเวิน

 

เรามีเวลาได้พูดคุยกันราวๆ 15 นาที แน่นอนว่าบรรยากาศในวันนั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น ยินดี จากทั้งพี่น้องสื่อมวลชวน รวมถึงแฟนบอลบ้านเราที่วาดฝันไปไกลว่านายด่านที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังบ้านเราคนนี้จะไปปักธงไตรรงค์ให้คนไทยได้ภูมิใจ

 

ในฐานะแฟนบอลชาวไทย คนในวงการกีฬา และเพื่อนร่วมชาติ ผมอยากจะบอกว่า ผมตื่นเต้น และยินดีกับทุกย่างก้าวของนักเตะไทยทุกคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอง ที่ผมมองว่าน้องมีศักยภาพจริงๆ ทั้งกาย ใจ และทัศนคติทุกอย่าง

 

นั่นจึงเป็นที่มาขอชื่องานในครั้งนั้นว่า “รางวัลแด่คนช่างฝัน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์”

 

แต่เพราะชีวิตจริงย่อมไม่มีอะไรที่ง่าย ทุกอย่างที่คุณจะได้มา ย่อมต้องแลกอะไรด้วยบางอย่างเสมอ และบางครั้งคำว่าอุปสรรค ก็มาในรูปแบบของ “อาการบาดเจ็บ” จนทำให้เจ้าตัวไม่อาจทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา จนนำมาซึ่งการหลุดจากพื้นที่มือหนึ่งของทีม

 

ในโลกของฟุตบอล การได้ลงสนามถือได้ว่าสำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงการปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของทีม รวมถึงการตัดสินใจ และความมั่นใจที่ส่งผลโดยตรงต่อตำแหน่งผู้รักษาประตู

 

การพูดถึง ตอง ในครั้งที่สอง จึงเป็นเรื่องของการเดินทางไกลสู่เวที เจลีก ญี่ปุ่น ลีกฟุตบอลที่ถูกยกให้มีมาตรฐานที่สูงที่สุด ดีที่สุดในเอเชีย เคียงข้างกับขุนพลในรั้วทีมชาติอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ ธีราทร บุญมาทัน ที่เฉิดฉายกับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส

 

เรียกได้ว่า ญี่ปุ่น คือพื้นที่ที่รวมตัวกันของสุดยอดนักเตะไทยในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้

 

แต่ทว่าด้วยจังหวะชีวิต และโอกาสที่ไม่ได้เป็นใจสักเท่าไหร่ สุดท้าย ตอง ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเรา หากเป็นภาษาฟุตบอลก็คงต้องยอมรับแบบตรงๆ ว่า “ล้มเหลว” บนแดนปลาดิบ กระทั่งเมื่อช่วงเย็นวานนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนนักเตะในตลาดซื้อขายบ้านเรา ผลปรากฎว่าไม่มีชื่อของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อยู่ในระบบของสโมสรในไทยลีก

 

สารพัดคำดูถูก ถากถาง โจมตี ได้คอยพัดกระหน่ำเข้ามาเล่นงาน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ทันที แต่ผมเชื่อว่า นี่คงเป็นเพียงน้ำจิ้มๆ หากเทียบกับสิ่งที่เจ้าตัวต้องเผชิญมาทั้งชีวิต บวกกับคาแรกเตอร์ความเป็น ตอง ที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำ มีความเป็นมืออาชีพ และพร้อมน้อมรับทุกคำวิจารณ์ หากมันจะทำให้ ตอง กลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้นกาย และใจ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลของการตัดสินใจพูดถึงน้องตองอีกครั้งในวันนี้…

 

ผมยังเชื่อเสมอว่า ชีวิตเราบางทีก็ไม่จำเป็นต้องการความสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครที่จะสามารถมีความสุขไปทุกวัน และก็ไม่มีใครที่จะต้องเผชิญกับความทุกข์ไปตลอดกาลเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สะท้อนความหมายของการมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็คือ วันนี้คุณเต็มที่กับสิ่งที่คุณทำ เต็มที่กับสิ่งที่คุณรักแล้วรึยัง คุณสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่รัก และเข้าใจคุณแล้วรึยัง คุณได้แบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างแล้วรึเปล่า นั่นต่างหากที่ช่วยเติมเต็มความเป็นมนุษย์ และคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

เช่นเดียวกับ ตอง ในวันนี้ที่หลายๆ คนอาจจะมองว่า “ล้มเหลว” แต่โดยส่วนตัว ผมมองว่า การกลับไปยัง โอเอช ลูเวิน นั้นไม่ได้มีความเสียหายเลยแม้แต่น้อย เราต้องยอมรับก่อนว่า ในความเป็นจริง ลีก เบลเยี่ยม ก็ยังมีมาตรฐานสูงกว่าบ้านเราอยู่ดี และถึงแม้ ตอง จะต้องกลับไปยุโรปในฐานะตัวสำรองก่อน ก็ใช่ว่าน้องจะไม่สามารถพลิกกลับมายึดตัวหลักได้

 

เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอนทั้งนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปนั้นขึ้นอยู่กับโอกาส และความพยายามของชายที่ชื่อว่า “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” ล้วนๆ เพื่อแสดงให้ทีมงาน โอเอช ลูเวิน ได้เห็นว่า เขามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนที่จะก้าวลงสู่ผืนฟลอร์หญ้าในฐานะนักเตะตัวจริงของสโมสรฯ

 

นั่นคือภารกิจที่น้องจะต้องทำให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความตั้งใจ และตอบแทนทุกๆ กำลังใจของแฟนบอลบ้านเราที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างไม่มีเปลี่ยน

 

แน่นอนว่าการเดินทางไปค้าแข้งยังต่างแดนในฐานะ “ความหวังของคนทั้งประเทศ” นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยแม้แต่น้อย การรับมือกับความกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าสู่จิตใจในทุกๆ วินาที ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ หากแต่กับชายที่ชื่อ “กวินทร์” คนนี้ ผมยังมั่นใจเสมอว่า น้องเองพร้อมแล้วที่จะกลับไปเผชิญกับโลกที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อพิชิตฝันของตัวเอง และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า ครั้งหนึ่ง เด็กหนุ่มคนนี้เคยผ่านทุกจุดในโลกของฟุตบอลบอล จากนายด่านทีมโรงเรียน สู่การเป็นคีย์แมนของหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในบ้านเรา กระทั่งการก้าวสู่วันที่เขามีปลอกแขนกัปตันทีมชาติอยู่ข้างกาย ได้ผจญภัยทั้งในยุโรป และญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์กระหน่ำ อาการบาดเจ็บ อุปสรรคด้านภาษา การปรับตัว การต่อสู่เพื่อให้แฟนบอลยอมรับ ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ และเชื่อว่าทุกอย่างคือประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตการค้าแข้งของ ตอง สมบูรณ์แบบ เท่าที่คนไทยคนหนึ่งจะทำได้ และไปถึง

 

ผมคงไม่มีอะไรจะบอก ตอง มากไปกว่า ยังคงเป็นกำลังใจให้กับน้องเสมอ เฉกเช่นที่เป็นมาโดยตลอด และตอง คือความภูมิใจของแฟนบอลไทย คุณคือประวัติศาสตร์ที่วงการฟุตบอลไทยจะต้องจารึกไว้ไปตลอดกาลในฐานะแบบอย่างที่เด็กหนุ่มรุ่นหลังที่รักฟุตบอลอีกหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่นชีวิตยึดเป็นแบบอย่างในฐานะ หนึ่งในนักเตะไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

 

ขอให้การกลับไป เบลเยี่ยม ครั้งนี้ เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ

ขอให้ปี 2021 เป็นปีแห่งการกลับไปต่อสู้แบบสุดใจไม่มีถอยอีกครั้ง

ขอให้ทุกอย่างเป็นใจ และขอให้ “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” ประสบความสำเร็จกับชีวิตการค้าแข้งในยุโรป

 

สู้ๆ ครับตอง พวกเราเป็นกำลังใจให้เสมอ...

 

แด่ "กวินทร์"

ชายผู้แบกฝันคนไทย กับเส้นทางชีวิตที่พร้อมสู้ไม่มีถอย...


stadium

author

เก้น นิติพงษ์ ยวนตระกูล

ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล - ฟุตซอล ที่คลั่งไคล้มนต์เสน่ห์ลูกหนัง