stadium

“วอลเลย์บอล” ชีวิตที่เลือกไม่ผิด ปลื้มจิตร์ ถินขาว

20 พฤศจิกายน 2563

12

 

            หากพูดถึง “7 เซียน” เราจะคิดถึงใคร .... เชื่อว่าชื่อแรก ๆ คือ ปลื้มจิตร์ ถินขาว

            หากพูดถึง “ลูกยางสาวไทย” เราจะคิดถึงอะไร .... บอลเร็วของ ปลื้มจิตร์ น่าเป็นหนึ่งในนั้น

หากจะถามว่าใครเป็นขวัญใจพ่อยกแม่ยกชาวไทย .... ปลื้มจิตร์ ก็ไม่น่าเป็นรองใครเช่นกัน 

 

 

ครอบครัวนักกีฬา

ปลื้มจิตร์ ถินขาว เกิดที่จังหวัดอ่างทอง และเป็นนักกีฬาปิงปองมาตั้งแต่สมัยประถม แต่ความจริงแล้ว เจ้าตัว สามารถเล่นกีฬาได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ปิงปอง, ฟุตบอล หรือ บาสเกตบอล เพราะว่าคนในครอบครัวชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะคุณพ่อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะเห็น ปลื้มจิตร์ ถอดเสื้อเตะบอลกับเด็กแถวบ้านเป็นประจำ(สมัยเด็ก)

 

จนกระทั่งเข้าสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปลื้มจิตร์ ตัดสินใจเลิกเล่นปิงปองและหันมาฝึกซ้อมวอลเลย์บอลตามที่คุณพ่อแนะนำ เพราะว่าต้องการให้ เจ้าตัว ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนักกีฬาของโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม แต่ว่าช่วงแรก ปลื้มจิตร์ ไม่ค่อยมีความสุขกับการเล่นวอลเลย์บอลมากนัก เพราะว่าฝีมือยังเป็นรองคนอื่นๆพอสมควร เจ้าตัว จึงตัดสินใจลาออกจากทีมและกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป

 

 

 

เก็บกระเป๋าเข้าเมืองกรุง

เส้นทางสายวอลเลย์บอลของ ปลื้มจิตร์ เหมือนจะจบลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ลาออกจากทีมโรงเรียน แต่ว่าหลังจากนั้นอีก 2 ปี(ม.3) เจ้าตัว ก็มีโอกาสกลับไปฝึกซ้อมและเก็บตัวกับทีมโรงเรียนอีกครั้ง หลังจากได้รับการชักชวนจากโค้ชที่ดูแลทีม เพราะว่าความสูงของ ปลื้มจิตร์ ค่อนข้างจะโดดเด่นกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ เป็นอย่างมาก และถือว่าเป็นประโยชน์กับทีมพอสมควร 

 

ปลื้มจิตร์ ลงสนามรับใช้ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์ฯ ได้เพียงไม่นาน ก็ถูกดึงตัวไปร่วมทีม โรงเรียนบดินทร์เดชา(สิงห์ สิงสนี) ในช่วงมัธยมปลาย เนื่องจาก โรงเรียนอ่างทองฯ ตัดสินใจยุติการทำทีมวอลเลย์บอล และกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตการเล่นวอลเลย์บอลของ ปลื้มจิตร์

 

 

เปิดประตูสู่ทีมชาติไทย

ความจริงแล้ว ปลื้มจิตร์ อาจยังไม่ใช่ผู้เล่นที่ดีที่สุด แต่เมื่อได้รับการฝึกฝนจากทีมงานของ บดินทร์เดชา ฝีไม้ลายมือก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับรูปร่างที่ได้เปรียบนักกีฬาคนอื่นๆ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ จึงตัดสินใจเรียกตัว ปลื้มจิตร์เข้าร่วมฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติ และจากนั้นไม่นาน เจ้าตัว ก็กลายเป็น 1 ในสมาชิกของ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทัพของ  “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

 

การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยอาจดูเป็นเรื่องที่สวยหรูในสายตาคนทั่วไป แต่ความจริงแล้วในช่วงแรก ๆ ถือเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสมากของ ปลื้มจิตร์ เพราะว่าต้องฝึกซ้อมอย่างหนักควบคู่ไปกับการเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ส่งผลให้ เจ้าตัว เกือบถอดใจและอำลาทีมชาติไทยไปตั้งแต่ช่วงนั้น แต่ด้วยความอดทนและความมุ่งมั่นของ ปลื้มจิตร์ในที่สุดก็สามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้สำเร็จ ก่อนจะกลายเป็นขวัญใจของแฟนลูกยางชาวไทยมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

เดินทางรอบโลกด้วยวอลเลย์บอล

ปลื้มจิตร์ เป็นผู้เล่นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปเล่นต่างแดนเป็นเวลานานหลายปี หลายครั้งที่เอ่ยถึงช่วงเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เจ้าตัว มักพูดเสมอว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะวอลเลย์บอล จากเด็กคนหนึ่งที่เคยเกือบเล่นวอลเลย์บอลไปแล้วในสมัยเด็ก กลับกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีเกือบทุกอย่างในชีวิตจากกีฬาวอลเลย์บอล 

 

ช่วงเวลาในต่างแดนถือว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญในชีวิต หลาย ๆ ครั้งที่ ปลื้มจิตร์ ต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัวและพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมทีมและผู้ฝึกสอน อย่างสมัยที่เดินทางไปเล่นกับ ออรั่ม ในลีกประเทศรัสเซีย เจ้าตัว เคยโดนตำหนิว่าไม่จริงจังในการฝึกซ้อม และดูไม่มุ่งมั่นตั้งใจเหมือนผู้เล่นรัสเซียคนอื่นๆ แต่ว่าสุดท้าย ปลื้มจิตร์ ก็สามารถทำให้ทุกคนยอมรับได้สำเร็จ   

 

 

ตรงไหนก็ได้ในสนาม

ภาพจำของคนส่วนใหญ่ที่ต่อ ปลื้มจิตร์ คือผู้เล่นในตำแหน่ง “บอลเร็ว” ที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศไทย แน่นอนมันเป็นความจริงที่คงไม่มีใครกล้ายกมือปฏิเสธ แต่ว่าความจริงแล้ว ปลื้มจิตร์ สามารถเล่นได้สารพัดตำแหน่งรวมทั้งยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากว่า เจ้าตัว เป็นผู้เล่นที่มีทักษะยอดเยี่ยมและพร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา

 

ปลื้มจิตร์ น่าจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง “บอลเร็ว” เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้แทบทุกอย่าง รับดี, ตีได้, บล็อคแน่น, เสิร์ฟเยี่ยม คือคุณสมบัติที่มีอยู่ภายในตัวของ ปลื้มจิตร์ ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ของ เจ้าตัว ที่ผ่านการลงเล่นในระดับสูงมาแล้วอย่างโชกโชน แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือความตั้งใจฝึกซ้อมมาตั้งแต่สมัยเด็ก ส่งผลให้ เจ้าตัว กลายเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่ง

 

อ.นิพนธ์ แจ่มแจ้ง ผู้ฝึกสอนโรงเรียนบดินทร์เดชา กล่าวถึง ปลื้มจิตร์ ในช่วงเวลาที่เคยร่วมงานกันว่า “ปลื้มจิตร์ คือตัวอย่างที่ดีของนักกีฬาทุกคน เพราะว่าเขาทำได้ดีทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม ในการฝึกซ้อมก็มุ่งมั่นอย่างเต็มที่และทำความเข้าใจกับเทคนิคต่างๆได้เป็นอย่างดี เรียกว่าสอนอะไรไปก็เข้าใจและสามารถนำมาใช้ได้หมด”

 

“ส่วนเวลาที่ไม่มีการแข่งขัน ปลื้มจิตร์ ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในเรื่องของการเรียน ตามงานที่ขาดให้ครบ ตามสอบกับอาจารย์คนนั้นคนนี้เสมอ ซึ่งเป็นนักีฬาเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการชื่นชมในเรื่องของระเบียบวินัย”

 

 

อนาคตที่ยังไม่แน่นอน

ปลื้มจิตร์ เดินทางมาสู่ช่วงท้าย ๆ ของชีวิตนักกีฬาอาชีพแล้ว เต็มที่เราก็อาจจะได้เห็น เจ้าตัว โลดแล่นอยู่ในสนามไปจนถึงอายุ 40 ปี ซึ่งหมายความว่า เจ้าตัว กำลังจะเลิกเล่นในอีกไม่เกิน 4-5 ปีต่อจากนี้ แต่สิ่งที่ เจ้าตัว ยังหาคำตอบไม่ได้คือ อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง?

 

วอลเลย์บอล คือสิ่งเดียวที่อยู่ในชีวิตของ ปลื้มจิตร์ มาโดยตลอด หลาย ๆ อย่างต้องเสียไปเพราะวอลเลย์บอล แต่หลาย ๆ อย่างก็ได้มาเพราะวอลเลย์บอลเช่นกัน หากวันหนึ่งที่ต้องเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ เจ้าตัว ยอมรับว่ายังไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะทำอะไรต่อไป แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากจะทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับวอลเลย์บอล

 

 


stadium

author

Plug

StadiumTH Content Creator