stadium

ตำนาน 7 เซียน : อำพร หญ้าผา เจ้าแม่ไหลหลัง

11 พฤศจิกายน 2563

1802

ย้อนกลับไปในช่วงที่ “ตบลูกยางสาวไทย” ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แฟนลูกยางทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับสไตล์การเล่นแบบผสมผสานของ “เจ็ดเซียน” รวมทั้งอาวุธเด็ดหลากหลายที่งัดออกมาสู้กับคู่แข่งระดับบิ๊กเนมได้อย่างสนุกในทุกครั้งที่ลงสนาม และแน่นอนว่า “บอลไหลหลัง” ของผู้เล่นอย่าง อำพร หญ้าผา ก็เป็นอีกหนึ่งทีเด็ดที่ยังถูกพูดถึงมาจนทุกวันนี้ 

 

 

 

เดินตามความฝันในเมืองกรุง 

อำพร หญ้าผา เกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นน้องคนสุดท้างจากพี่น้องทั้งหมด 6 คน แต่ถือว่าเป็นลูกสาวที่ตัวสูงที่สุดในบ้าน ความจริงแล้ว เจ้าตัว ก็เล่นกีฬาวอลเลย์บอลมาตั้งแต่สมัยเด็กเหมือนคนทั่วไป แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ อำพร คือความฝันที่อยากเดินตามรอย แอนณา ไภยจินดา ดาวตบสาวทีมชาติไทย นักกีฬาขวัญใจในวัยเด็ก จึงตัดสินใจที่จะเดินทางมาเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อฝึกการเล่นวอลเลย์บอลให้เก่งเหมือน แอนณา

 

แม้ว่าในช่วงแรกที่เดินทางมายังเมืองหลวง อำพร จะต้องการเพียงแค่เล่นให้เก่งเหมือนกับ แอนณา เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เจ้าตัว ก็เริ่มฝันไกลถึงการติดธงรับใช้ทีมชาติไทย เพราะอยากที่จะแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัว และที่สำคัญคือต้องการให้ คุณพ่อคุณแม่ มีความเป็นอยู่ที่ดีและสุขสบายในอนาคต 

 

จากหัวเสาย้ายมาเล่นไหลหลัง

อำพร เป็นผู้เล่นตำแหน่ง “หัวเสา” ที่โดดเด่นมากสมัยลงเล่นกับ โรงเรียนสตรีนนทบุรี และถือเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย จนกระทั่งได้รับโอกาสจาก “สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ” เรียกตัวติดธงรับใช้ “ทีมชาติไทย” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในช่วงที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

 

ยุคสมัยนั้น อำพร ถือว่าเป็นผู้เล่นตำแหน่ง “หัวเสา” ที่ทำผลงานเบียดกันมากับ อรอุมา สิทธิรักษ์(โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี) และ สายไหม ปลัดศรีช่วย(โรงเรียนหนองเรือ) โดยทั้ง 3 คนมีจุดเด่นเหมือนกันคือการตบที่หนักหน่วงและรุนแรง ก่อนสุดท้ายจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมกันภายใต้สีเสื้อของ “ตบสาวไทย” หลังจากติดธงได้สักระยะ อำพร ถูกขยับมาเล่นในตำแหน่ง “บอลเร็ว” หรือว่า “MB” แต่ก็สามารถขยับไปยืนเป็น “หัวเสา” ได้ด้วยเช่นกัน

 

 

หนึ่งในสุดยอดบอลเร็วของไทย

ย้อนกลับไปในสมัยที่ “ตบสาวไทย” โลดแล่นอยู่บนเวทีระดับโลกช่วงแรกๆ แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “คู่หูบอลเร็วทีมชาติไทย” อำพร หญ้าผา และ ปลื้มจิตร ถินขาว เพราะทั้งคู่ถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ ปลื้มจิตร รวดเร็ว ว่องไว และ หลากหลาย ขณะที่ อำพร ไหลหลังหนักหน่วงทรงพลัง และยังมี “บอลเสิร์ฟ” เป็นอีกหนึ่งทีเด็ด

 

อำพร อาจจะมีสไตล์การเล่นที่ต่างจาก “บอลเร็ว” คนอื่นๆของทีมชาติไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าย้ายมาจาก “หัวเสา” แต่ถ้าเทียบกันเรื่องประสิทธิภาพในการตบทำคะแนนแล้ว เจ้าตัว ก็แทบจะไม่เป็นรองใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ “7 เซียน” ซึ่งว่ากันตามตรงแล้ว อำพร ถือว่าเป็น “บอลเร็ว” ที่ดีมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย รวมทั้งยังประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์  โดยเฉพาะการร่วมทีมคว้า “แชมป์เอเชีย” มาครองได้ทั้ง 2 สมัย

 

 

หวนติดธงรอบที่ 2 

ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของ อำพร ในการลงสนามรับใช้ทีมชาติไทย อาจจะยุติลงก่อนเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เพราะว่าถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายครั้ง จนในที่สุด เจ้าตัว ก็ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติเมื่อปี 2014 เนื่องจากเจ็บเรื้อรังที่บริเวณหัวเข่า รวมทั้งยังต้องการใช้เวลากับครอบครัวหลังจากเล่นทีมชาติมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ช็อควงการอย่างมาก โดยหลังจากนั้น “โค้ชอ๊อด” นายเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนดัง ได้ออกมากล่าวว่ารู้สึกเสียดายมากกับการตัดสินใจครั้งนี้

 

แต่จากผลงานอันยอดเยี่ยมและฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจของ อำพร ระหว่างที่ลงเล่นกับ นครราชสีมา วีซี ในการลงแข่งขัน ไทยแลนด์ลีก ฤดูกาล 2019 จนสามารถช่วยทีมคว้า “แชมป์ไร้พ่าย” มาครองได้สำเร็จ เจ้าตัว ได้รับโอกาสติดธงเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ก่อนจะลงสนามรับใช้ “ตบสาวไทย” เป็นเวลา 1 ฤดูกาลเต็ม และตัดสินใจอำลทีมชาติอีกครั้งในช่วงปลายปีเดียวกัน ก่อนที่การแข่งขันวอลเลย์บอล “โอลิมปิกเกมส์” รอบคัดเลือก ที่ประเทศโปแลนด์ จะเริ่มต้นเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น 

 

 

ความท้าทายครั้งสำคัญอีกครั้ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อำพร ลงเล่นในเวที “ไทยแลนด์ลีก” มาอย่างต่อเนื่องกับทีมต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งไปเล่นลีกอาชีพในต่างแดนมาแล้วหลายครั้ง แต่ว่าความท้าท้ายครั้งสำคัญของ อำพร มันกำลังเกิดขึ้นในปีนี้ เพราะว่า เจ้าตัว ต้องการที่จะช่วยทีม ไดมอนด์ ฟู้ดฯ คว้าแชมป์ “ไทยแลนด์ลีก” มาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่สโมสรก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว

 

ผลงานในปีล่าสุดของ ไดมอนด์ ฟู้ดฯ อาจจะยังไม่น่าประทับใจ เพราะว่าสุดท้ายจบเป็นอันดับที่ 5 ของฤดูกาล แต่ว่าฤดูกาลใหม่ที่น่าจะเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ไดมอนด์ ฟู้ดฯ มีการปรับทีมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการดึง “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล เข้ามาทำหน้าที่ หัวหน้าผู้ฝึกสอน อะไรหลายๆอย่างคงจะเปลี่ยนไปแน่นอน และเป็นไปได้ว่า อำพร จะกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง ภายใต้การคุมทัพของ ผู้ฝึกสอน ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี


stadium

author

Plug

StadiumTH Content Creator