stadium

วิเคราะห์ก่อนเกม : ใครจะเป็นแชมป์ ‘ฟุตซอล ไทยลีก 2020’ Part1

25 กรกฎาคม 2563

471

วิเคราะห์ก่อนเกม : ใครจะเป็นแชมป์ ‘ฟุตซอล ไทยลีก 2020’ Part1

#ChangsuekFutsalCorner

 

เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ การแข่งขัน "ฟุตซอล ไทยลีก 2020" ฟุตซอลลีกสูงสุดของเมืองไทย ก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากฟาดแข้งกันแล้วในวันที่ 1-2 สิงหาคม 2563 หลังต้องเลื่อนมาหลายรอบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

 

ซึ่งจากการจัดการแข่งขันมาแล้ว 12 ครั้ง มีเพียงสองสโมสรอย่าง พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี(9 สมัย) กับ การท่าเรือ เอเอสเอ็ม(3 สมัย) เท่านั้นที่สามารถเถลิงแชมป์ฟุตซอล ไทยลีก ไปครองได้ โดยวันนี้ทีมงานของเราจะมา วิเคราะห์ก่อนเกมว่าทั้ง 14 ทีม มีโอกาสลุ้นแชมป์ลีกมากน้อยแค่ไหน จะตรงใจแฟนคลับโต๊ะเล็กไทย หรือไม่ไปดูกันเลย  

 

การท่าเรือ  เอเอสเอ็ม : จัดเต็มส่งชื่อเต็มโควต้า แต่ชวดใช้งาน ไรอัน โกเมส ดาวยิงแซมบ้า  

 

เริ่มกันที่ "แชมป์เก่า" การท่าเรือ  เอเอสเอ็ม ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชดม" อุดม ทวีสุข จัดหนักจัดเต็มส่งชื่อนักเตะ 25 คนเต็มโควต้า แต่ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ไรอัน โกเมส ดาวยิงประจำทีมชาวบราซิล ที่ยังอยู่ที่ประเทศบราซิล และน่าจะเดินทางมาช่วยทีมไม่ทันในช่วงเลกแรก  

 

แต่ด้วยขุมกำลังที่อัดแน่นมาตลอดช่วงหลายปี นำโดย คณิศร ภู่พันธ์, เลิศชาย อิสราสุวิภากร, ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง, มาร์กอส วินิซิอุส,พรมงคล ศรีทรัพย์แสง, วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์,วัชระ ลัยศรี ผสมผสานกับผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง สรศักดิ์ พูนจังหรีด, วิษณุ มีมากบาง, รังสิมันต์ จั่นนพคุณ, บุญญาเชษฐ์ ทัศนา, อนันตชัย ปราบวงษา ทำให้ทีมดูลงตัวมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา  

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : การท่าเรือ เอเอสเอ็ม มีโอกาสลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว ด้วยขุมกำลังที่อัดแน่น อยู่ที่การยืนะยะว่าจะทำได้ดีเหมือนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ หากทำได้มีโอกาสสูงที่จะป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย  

 

สิงห์ สมุทรสาคร : ทีมเจ้าบุญทุ่มแต่สะดุดเรื่องการเงิน จากลุ้นแชมป์อาจเหนื่อยถึงหนีตกชั้น  

 

อีกหนึ่งสโมสรที่มีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ ทั้งตัวเฮดโค้ช และผู้เล่น โดยดึงตัว "โค้ชเอก" วิศาล ไหมวิจิตร เข้ามาคุมทีม พร้อมเดินหน้ายกเครื่องทีมปล่อยตัวนักเตะเก่าออกไปเกือบครึ่งทีม พร้อมเสริมทัพคว้าตัว ธนวิทย์ ทองชูศรี, อนุวัติ สระเกตุ, วรปรัชญ์ จิวจรัสรงค์, อรรตพล เผือกลาดพร้าว, นพดล โคกเพิ่มทรัพย์, ปัญญา อรัญภูวนารถ, จุตินันท์ รักษาทรัพย์, พีรพล ตากิ่มนอก

 

และได้ตัว เวนเดส เมนเดส กับ ริคาร์โด้ สองดาวเตะบราซิล เข้ามาเติมเต็มเกมรุก ซึ่งดูการขุมกำลังแล้วถือว่าอัดแน่นไปด้วยผู้เล่นคุณภาพ แต่กับมีปัญหาเรื่องการเงินมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ ทำให้ทีมเก็บตัวฝึกซ้อมช้ากว่าทุกทีม จากเป้าหมายปีนี้หวังไกลถึงลุ้นแชมป์ อาจเหลือเพียงแค่ไม่ตกชั้นเท่านั้น

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : ผู้เล่นคุณภาพ แต่เวลาเตรียมทีมน้อย และมีปัญหาเรื่องการเงินมากวนใจนักเตะ โอกาสลุ้นแชมป์ไม่มาก จบเลขตัวเดียวได้ถือว่าน่าพอใจแล้ว  

 

บีเคซี ปราจีนบุรี ไฮเวย์ : เปลี่ยนทีมเยอะ ฟอร์มยังไม่นิ่ง ลุ้นหนีโซนแดงสนุก  

 

เป็นเพียงไม่กี่สโมสร ที่ใช้นักเตะไทย 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมปล่อยตัวแข้งหลักออกไปหลายราย พร้อมได้ตัว  "โค้ชโอ" ธนาธร สันทนาประสิทธิ์ เข้ามาคุมทีม พร้อมดึงนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเติมเต็มในจุดที่หายไป อาทิ   อัษฎาวุฒิ แจ้งคต, วรพจน์ พุทไธสง, ภุชงค์ เจริญศรีหัศนา, วรพจน์ อากรรัตน์, ภูดิท โตสงเคราะห์, อนุชา แซ่ลิ้ม

 

แต่จากฟอร์มอุ่นเครื่องที่ผ่านมา บีเคซี ปราจีนบุรี ไฮเวย์ ยังคงทำผลงานได้ไม่ดีนัก และมีเวลาเหลือในการปรับจูนทีมไม่มากนัก หากยังหาทีมที่ลงตัวไม่ได้บอกเลยว่าปีนี้ บีเคซี ปราจีนบุรี ไฮเวย์ ที่เพิ่งได้กลุ่มทุนใหม่เข้ามาบริหารงาน ต้องลุ้นเหนื่อยแน่นอน  

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : ทีมยังไม่ลงตัวมากนัก หากปรับจูนทีมได้ช้ามีโอกาสลุ้นเหนื่อยในโซนแดง  

 

ราชภัฏเพชรบุรี : น้องใหม่เน้นดาวรุ่งไฟแรง ผสมแข้งบราซิลโปรไฟล์เยี่ยม  

 

สโมสรฟุตซอลราชภัฏเพชรบุรี ทีมน้องใหม่ไฟแรงเจ้าของแชมป์ ดิวิชั่น1 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ยังคงยึดนโยบายทำทีมแบบเน้นแข้งดาวรุ่งเป็นแกนหลัก ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชเอ็ม" พีระ แหลมหลวง พร้อมนักเตะคู่บุญที่ร่วมทีมกันมานานอย่าง  พลัช บุญยู้ , ไพศาล ทองจำนงค์, เจริญ แซ่น้า, นภัสถ์ ละประโคน

 

พร้อมดึงตัวนักเตะฝึเท้าดีมากดีกรีอย่าง กวินท์ แก้วประเสริฐ, ปัญญา วิเศษวงษา, ณัฐพล พรมมาลี และสองแข้งบราซิล โปรไฟล์ลีกสูงสุดแซมบ้า อย่าง เคโอดอน โจเซ่ ดา ซิลวา เนโต้ กับ คลีตัน อันตูเนส เข้ามาเติมเต็ม แต่ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งานในช่วงแรก เนื่องนักเตะยังอยู่ที่ประเทศบราซิล  

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : ถือเป็นทีมหน้าใหม่ที่น่าสนใจ แต่จากด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อย อาจจะต้องลุ้นเหนื่อยในการตกชั้น  

 

ราชนาวี : งบน้อย เสียแข้งต่างชาติคนสำคัญ แต่สู้ด้วยใจสไตล์โต๊ะเล็กตะหานน้ำ

 

เป็นอีกหนึ่งสโมสรในตำนานวงการฟุตซอลไทยลีก ที่โลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดมาตลอด 12 ฤดูกาลที่ผ่านมา แม้จะเป็นสโมสรในระบบราชการ ที่งบประมาณจำกัด แต่เน้นเล่นด้วยใจสู้ ซึ่งปีนี้ดัน "จ่าต๊อบ" เจษฏา ชูเดช ดาวเตะลูกหม้อจอมเก๋าขึ้นมารับตำแหน่งโค้ชแอนเพลย์เยอร์แบบเต็มตัว  

 

ส่วนขุมกำลังของโต๊ะเล็กตะหานน้ำ ยังนำโดย เจษฏา ชูเดช ดาวยิงทีมชาติไทย ดาวซัลโวสูงสุดของฟุตซอลไทยลีก 4 สมัย ผสมกับผู้เล่นแกนหลักอย่าง วรกานต์ นุชลออ, อิทธิชา ประภาพันธ์, วิภูษณะ เปี่ยมสวัสดิ์ แต่น่าเสียดายที่ ยูตะ โทกูทาเกะ ดาวเตะญี่ปุ่น แกนหลักของทีมตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แยกทางกับทีมไปก่อนเปิดฤดูกาล  

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : เป็นเรื่องธรรมดาของ ราชนาวี ในเรื่องงบทำทีมที่น้อย แต่ปีนี้หลายทีมทุ่มเงินพัฒนาทีมขึ้นมาอย่างน่ากลัว ทำให้โต๊ะเล็กตะหานน้ำ ต้องลุ้นเหนื่อยในโซนแดงอีกปี  

 

แบงค็อก บีทีเอส : ปรับทีมไม่มากเน้นแข้งไทย ชวดใช้งาน รามอน ปาเบา แข้งตัวเก่งบราซิล

 

ทัพ “อัศวินเมืองหลวง” แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี ถือเป็นอีกทีมระดับท็อปในลีกฟุตซอลเมืองไทย มาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังขาดความสม่ำเสมอ และเปลี่ยนโค้ชอยู่ตลอดทำให้ทีมยังไปไม่ถึงฝันสักครั้งในลีก

 

ภายใต้การดูแลของ “โค้ชโจ้” เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว แม้จะเสียผู้เล่นอย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา แต่ไม่กระทบทีมมากนักเพราะได้ตัว พีระพล สัตย์ซื่อ, นนธพรรณ์ โพธิ์พืช, นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์, กีรติ จงสถิตเสถียร เข้ามาเติมเต็ม แต่น่าเสียดายที่ทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน รามอน ปาเบา แข้งตัวเก่งบราซิล ที่ยังคงอยู่ที่บ้านเกิด ไม่สามารถเดินทางมาได้จากการแพร่ระบาดของ โควิด-19

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : เป็นอีกสโมสรใหญ่ที่มีศักยภาพมากพอในการลุ้นแชมป์ แต่ยังต้องปรับเรื่องความสม่ำเสมอที่มักจะพลาดเสียแต้มกับทีมเล็กๆ อยู่เป็นประจำ หากปรับจูนได้ก็มีโอกาสลุ้นเบียดแย่งแชมป์ในปีนี้  

 

ห้องเย็นท่าข้าม : ดึง “โค้ชเอ๋” เข้ามาเติมจุดที่ขาด บวกแข้งมากดีกรีฝีเท้าเยี่ยม

 

ขุนพล “เทพพระชัย” ห้องเย็นท่าข้าม อีกหนึ่งสโมสรเจ้าบุญทุ่มของเมืองไทย ที่ขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของเมืองไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปีนี้เปลี่ยนแปลงทีมดึงตัว “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม กุนซือมากประสบการณ์เข้ามาคุมทัพ พร้อมกับผู้เล่นใหม่อีกหลายรายอย่าง สุรัตน์ แซ่อุย, เฉลิมศรี พ่วงศรี, เอกสิทธิ์ แก้วคงเมือง, อลงกรณ์ จันทร์พร, สิทธิชัย ประสงค์ศิลป์, นพรุจ เชื้อหมอดู, ลัทธพล รุณเหลือง  

 

ผสมผสานกับแกนหลักที่ยังอยู่กันพร้อมหน้านำทัพโดย กฤษดา ไวยมงคุณ, แสนชัย ชีวอำไพโรจน์, อำพล ศรีระแก้ว, คฑาวุธ ภู่พันธ์, ปิยะณัฐ นุสยา, พรเทพ โสณะมิตร, ธนากร ใจเวช บวกกับแข้งต่างชาติอย่าง ดิเอโก้ ซีซาร์ นาซิเมนโต้ ดา คอสต้า กับ ฮวน คาร์ลอส เปไรร่า คอสต้า(ยังไม่ได้เดินทางมา) ทำให้ทีมดูแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว  

 

วิเคราะห์ก่อนเกม : ห้องเย็นท่าข้าม แก้ไขที่ตรงจุดดึง “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม เข้ามาคุมทีม บวกกับนักเตะคุณภาพ หากรักษามาตรฐานการเล่นได้สม่ำเสมอน่าจะได้ลุ้นแชมป์ลีก จนถึงเกมสุดท้าย  

 

โปรแกรม "ฟุตซอล ไทยลีก 2020" สัปดาห์แรก นัดเปิดสนาม ณ บางกอก อารีน่า หนองจอก(แข่งขันแบบปิด)

 

วันเสาร์ที่ 1 ส.ค.2563

เวลา 11.30 น. สิงห์ สมุทรสาคร พบ บีเคซี ปราจีนบุรี ไฮเวย์  

เวลา 14.00 น. ราชภัฏเพชรบุรี พบ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี

เวลา 16.30 น. ราชนาวี พบ บางกอก ซิตี้

เวลา 19.00 น. ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน พบ เกษมบัณฑิต เอฟซี

วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.2563

เวลา 12.00 น. แบงค็อก บีทีเอส พบ ห้องเย็นท่าข้าม ถ่ายทอดสด Thairath Online

เวลา 15.00 น. การท่าเรือ เอเอสเอ็ม พบ สุราษฏร์ธานี ถ่ายทอดสด Thairath  TV 32

เวลา 18.00 น. มอภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบ แคท เอฟซี


stadium

author

Futsal Addict

Changsuek Content Creator