stadium

ฉลามหนุ่มไทยแลนด์ เพจที่จะทำให้คุณรู้จักและหลงรักกีฬาว่ายน้ำไม่แพ้ฟุตบอล

25 กรกฎาคม 2563

433

“ว่ายน้ำไทยไม่ได้ตกต่ำ เพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่มีภาพจำว่าเราเก่ง เพราะในยุคที่เราครองจ้าวอาเซียน เป็นช่วงเวลาที่เข้าถึงข่าวสารง่าย มีถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ซึ่งตลอด 60 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมว่ายน้ำ เราครองจ้าวอาเซียนเพียงแค่ 1 ส่วน 4 ในหน้าประวัติศาสตร์เท่านั้น” นี่คือคำยืนยันจากปากของ “กุ๊ก” พงษ์ศักดิ์ ตันติวุฒิกุล เจ้าของเพจ ฉลามหนุ่มไทยแลนด์ เพจที่เล่าเรื่องราวของนักกีฬาว่ายน้ำเก่ง ๆ ทั่วโลก เพื่อส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองของนักว่ายไทยที่อยากจะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้

 

โดยจุดเริ่มต้นของเพจฉลามหนุ่มไทยแลนด์นั้น “กุ๊ก” นักธุรกิจหนุ่มวัย 36 ปี บอกว่าเขาได้ตัดสินใจลุกขึ้นมาเพจเกี่ยวว่ายน้ำเพียงเพราะอยากบันทึกสถิติ ความทรงจำและมองดูพัฒนาการของลูกที่เป็นกีฬาว่ายน้ำเท่านั้น  แต่ทว่าด้วยแรงจูงใจที่อยากจะเห็นวงการว่ายน้ำไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติอีกครั้ง ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำเพจ เริ่มหาข้อมูล ส่งต่อข่าวสารและแรงบันดาลใจ โดยมีความหวังเล็ก ๆ ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงการว่ายน้ำไทยขยับไปสู่ระดับโลก

 

 

อะไรเป็นเหตุผลสำคัญทำให้คุณลุกขึ้นมาลงทุนลงแรงทำเพจว่ายน้ำ

มีวันนึงเรานั่งคิดในรถว่า ถ้าลูกเราว่ายเก่งจะได้อะไร เพราะเท่าที่ผมเห็นคนว่ายน้ำเก่งนอกจากติดทีมชาติเขาไม่ได้อะไร ว่ายน้ำเป็นกีฬาสมัครเล่น ไม่เหมือนฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ ไม่ได้อะไร ผมแค่คิดว่านักกีฬาซ้อมหนักน่าจะได้อะไรกลับมาบ้าง น่าจะมีคนมาชื่นชมเขาบ้าง มันไม่มีตัวกลาง มีกลุ่มว่ายน้ำก็จริง แต่มันไม่ได้เป็นแก่นก็เลยลองทำดู

 

อีกอย่างคือลูกผมก็ว่ายน้ำ ผมอยากรู้ว่าถ้าลูกผมติดซีเอจ ซีเกมส์ ติดทีมชาติ เราจะรู้สึกยังไง เวลาอยู่ในสนามแข่ง ผมจะไม่นั่งกับพ่อแม่นักกีฬานะ ผมจะชอบไปนั่งในมุมที่เห็นผู้ปกครองของนักกีฬามากกว่า อยากรู้ว่าผู้ปกครองเขารู้สึกยังไง เวลาแตะขอบสระคนแรกดีใจขนาดไหน แล้วมันจะคุ้มไหมถ้าเราจะผลักดันลูกเราในเส้นทางว่ายน้ำไปอีก 10 ปี 

 

 

พอได้เห็นแล้วตอนนี้รู้สึกว่าคุ้มที่จะเสี่ยงไหม

จริง ๆ มันไม่คุ้มเลยที่จะว่ายน้ำ ถ้าลูกไม่ได้ชอบจริง ๆ การจะบังคับให้เขาว่ายไปจนติดทีมชาติมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี พอคิดได้แบบนั้นผมก็เปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะบังคับเขาไปก็ไม่ได้อะไร เราทำขนาดนี้ในวงการก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ทุกคนสนใจลูกตัวเองหมด ที่เพจผมมีคนติดตามมากขึ้น เป็นเพราะผมสนลูกคนอื่น แต่พอเป็นลูกคนอื่นไม่มีใครสนใจ เชื่อไหมว่าวันนึงที่เรามีนักกีฬาเป็นแชมป์โลกว่ายน้ำก็จะไม่มีคนสนใจ

 

คุณดูอย่าง เปตอง เรามีแชมป์โลก แต่คนภายนอกไม่รู้ แล้วเชื่อไหมในเฟสบุ้คเพจเปตองคนดู คนกดไลค์มากกว่าว่ายน้ำอีกยังไม่ดังเลย ว่ายน้ำอาจจะเป็นกีฬาหลัก แต่ความสนใจคนภายนอกยังน้อย

 

 

เพราะอะไร

ก็เพราะส่วนใหญ่สนใจแต่ลูกตัวเอง ว่ายน้ำเป็นกีฬาส่วนตัว วันนี้คุณลองเดินไปถามใครก็ได้ว่ารู้จักนักกีฬาว่ายน้ำคนไหนบ้าง เชื่อไหมคำตอบยังเป็น "ฉลามนุ๊ก" รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ อยู่เลย ทั้งที่จริงแล้วต้องตอบว่า เจนจิรา ศรีสอาด หรือ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ แต่ถ้าเป็นฟุตบอลสมัยนี้ไม่มีใครตอบ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน หรอก รุ่นนี้เขาตอบ เมสซี่เจ กันหมดแล้ว คือมันไม่มีใครมาทำ คนชอบถามว่าเราทำเพจแล้วได้อะไร เราก็ตอบว่าก็ได้ทำไง ลูกเรามาว่ายน้ำแล้ว แม้ว่าจะไม่เก่งแต่เราควรจะทิ้งอะไรไว้กับวงการบ้าง

 

 

 

คุณกำลังบอกเราว่าที่เพจคุณได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นเพราะคุณสนใจลูกคนอื่น

ใช่ เพราะผมเขียนถึงทุกคน แต่จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือปีที่แล้วว่ายน้ำชิงแชมป์ประเทศไทย คือตอนนั้นเหลือเวลาอีก 2-3 วันจะแข่งแล้ว แต่ยังไม่มีข่าว ไม่มีบอกเลยว่าใครเป็นตัวเต็ง ใครจะเป็นดาวเด่น ผมเลยแกล้งเขียนเล่น ๆ ลงในเพจตัวเองที่มีคนกดไลค์อยู่ 2 คน ว่าปีนี้ในแต่ละท่ามีใครน่าสนใจบ้าง เสร็จแล้วเราเอาไปแชร์ในกลุ่มไลน์ เช้ามาปรากฎว่าคนแชร์เยอะมาก คือกีฬาว่ายน้ำไม่เคยมีใครเขียนอะไรแบบนี้ เราก็เขียนเหมือนฟุตบอล แต่แค่เปลี่ยนเป็นว่ายน้ำ 

 

แต่ที่ทำให้มันดังจริง ๆ คือเราไลฟ์สดชิงแชมป์ประเทศไทย วันนั้นไปนั่งเชียร์หลาน ก่อนเชียร์เราก็ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ไม่มีขาตั้งใช้มือถือก็พากษ์ไปตามเกมส์ คนเข้ามาดูเยอะ วันต่อมาก็มีคนมาถามวันนี้ไม่ไลฟ์สดหรอ อยากให้ไลฟ์สดหน่อยลูกหลานเขาแข่ง เราก็ทำถือว่าช่วย ๆ กัน คือมันหงุดหงิดนะ ทำไมรายการระดับชิงแชมป์ประเทศไทย ถึงหาดูยากขนาดนั้น ผมก็ทำจนคนชอบคิดว่าผมได้เงินจากสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้ ไปต่างประเทศก็ออกเงินเอง แม้แต่สูจิบัตร ไอดีการ์ดก็ไม่เคยได้ รายชื่อนักกีฬาก็ต้องเข้าไปหาจากเวบต่างประเทศ

 

 

แนวคิดในการทำเพจของคุณคืออะไร

เราพยายามทำให้คนเข้าถึงกีฬาว่ายน้ำง่ายขึ้น เพราะเพจว่ายน้ำส่วนใหญ่จะอดีตนักว่ายน้ำเก่า เขาจะพูดเรื่องเทคนิค ซึ่งเรามองว่าคนทั่วไปเข้าไม่ถึง ผมก็เลยมาแนวเล่าเรื่องสร้างแรงบันดาลใจ ทำไมนักว่ายน้ำคนนี้ถึงเก่ง เก่งเพราะอะไร เก่งเพราะซ้อมหนัก พ่อแม่ทุ่มเท อย่าง โจเซฟ สคูลลิ่ง แชมป์โอลิมปิก เก่งมาแต่เด็ก พ่อแม่ลงทุนเป็นร้อยล้าน ผมก็จะเล่าเรื่องไปให้คนเข้าถึงง่าย อ่านและเข้าใจ แต่ผมจะไม่บอกว่าเขาเก่งเพราะเขาว่ายแบบนี้นะ ดึงสโตรคแบบนี้ 

 

ผมเขียนถึงนักกีฬาว่ายน้ำไทยบางคน ก็ถูกมองว่ายกย่องเกินไปกลัวเด็กจะหลงระเริง แต่อย่าลืมว่าผมก็เป็นผู้ปกครอง ลูกเราว่ายน้ำเหมือนกัน เราถึงเข้าใจ อยากให้กำลังใจมากกว่า ไม่อยากให้ใครเลิกว่ายน้ำก่อนเวลาอันควร หรือวันที่เขาเลิกว่ายน้ำแล้วเขาย้อนมาดูเพจผม เขาจะรู้ว่าเขาเคยเก่งนะ เคยมีคนชื่นชม แต่อย่าไปตีความหมายว่าผมไปยกย่องแล้วทำให้เด็กหลังตัวเอง

 

อะไรที่ทำให้เปลี่ยนความคิดจากทำเพจเพื่อลูกมาเป็นแบบนี้

กีฬาเหมือนเป็นแพสชั่นเรามากกว่า ตอนเด็กเรียนโรงเรียนประจำชายล้วนมาตั้งแต่เด็ก มันไม่มีอะไรให้ทำ ก็เลยเล่นกีฬา ที่โรงเรียนจะรู้ว่าผมบ้ากีฬามาก สมุดพกครูจะเขียนว่าบ้าฟุตบอลมาก คนอื่นก็พวกความประพฤติเรียบร้อย โตมาเรียนจบวารสาร ม.กรุงเทพ เพราะอยากทำงานสยามกีฬา ไปเรียนต่างประเทศมาเพราะอยากแปลข่าวกีฬา แต่เรียนจบมาเรามีลูกก็เลยไม่มีโอกาสเพราะเป็นนักข่าวไม่มีเวลาเลี้ยงลูก ก็เลยทำธุรกิจแล้วพอมีเวลาก็กลับมาเขียนดูบ้าง ซึ่งเขียนแล้วมีคนอ่านก็มีความสุข

 

ทำไมคนสนใจว่ายน้ำถึงต้องมาเพจคุณ

ผมไม่เชื่อว่าชั่วโมงนี้จะมีเพจว่ายน้ำที่ดีกว่าของเรา ถ้าเรื่องว่ายน้ำผมมั่นใจว่ารู้ลึกรู้จริง ถ้าสนใจว่ายน้ำก็จะได้ทุกอย่างที่คุณเกี่ยวกับว่ายน้ำในเพจของผม ยกเว้นเรื่องเทคนิค ให้เป็นหน้าที่โค้ชดีกว่า 

 

 

ภาพจำในอดีตยุครุ่งเรืองของว่ายน้ำไทยคืออะไร

ผมก็จำว่าเราเก่งนะ เพราะเรามาดูในช่วงที่เราเก่ง คนไทยส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน ผมทันฉลามณุก , ระวี อินทพรอุดม เป็นดาวรุ่ง ตั้งแต่ซีเกมส์ที่เชียงใหม่ คือทุกคนก็จะได้ดูช่วงนั้นเยอะแล้วจะฝังใจว่าว่ายน้ำไทยเราเก่ง แต่จริง ๆ ว่ายน้ำเราไม่เก่ง ฟิลิปปินส์ เคยได้เหรียญโอลิมปิก เหรียญเอเชียนเกมส์ เขาอยู่อันดับ 5 ของเอเชียเลยนะ สิงคโปร์ที่หนึ่งอาเซียน ก็ยังเป็นรอง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เราครองจ้าวอาเซียนจริงๆ ประมาณ 10 ปีไม่เกิน 15  ปี ที่แข่งในซีเกมส์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีถ่ายทอดสดกีฬาเยอะ ข่าวสารเริ่มเข้าถึงง่าย คนมาดูช่วงนั้นพอดีเลยฝังใจ 

 

เชื่อมั้ยในตอนนั้นสิงคโปร์เขาก็เก่งมาก่อน เขาได้จาก โจเซลิน โยว คนเดียว 7 เหรียญทอง ของเราเคยมี ระวี , รัฐพงษ์ ,  ต่อลาภ แล้วดันช่วงเวลาที่แจ้งเกิดขึ้นมาพร้อมกัน แต่ถ้ามองภาพรวม 60 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฯเราไม่ได้เก่งเลย ฟิลิปปินส์ยังเก่งกว่าเราเยอะ ขนาดเขามีคอนเนคชั่นกบสหรัฐยังกลับมารุ่งเรืองไม่ได้เลย มาเลเซียก็ได้เหรียญเอเชียนเกมพร้อม ๆ กับเรา แต่เภาพจำเราคนคุ้นเคยกับช่วงยุคทองมากไป จะมาบอกว่าเราเก่งว่ายน้ำผมว่าไม่จริง มันเป็นช่วงที่คนอื่นลงแล้วเราขึ้นมากกว่า

 

แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังมองว่าตกต่ำ

เราไม่ได้ตกต่ำ มันเป็นมาตรฐานของเรา ต้องมองว่าเราตกต่ำจากอะไร ถ้ามองว่าสู้สิงคโปร์ เวียดนามไม่ได้ก็ตกต่ำ แต่ถามเด็กพัฒนาไหมก็พัฒนานะ สถิติดีขึ้น มีการทำลายสถิติประเทศไทยตลอด แต่มันไม่ทันกับสองชาตินี้ที่เขาพัฒนามากกว่า เขาจริงจังกว่า ก็ต้องถามย้อนกลับไปว่าถ้าเด็กว่ายน้ำจริงจังแล้วคุณมีอะไรให้พวกเขา ให้ดรอปเรียนมาว่ายน้ำ ให้เขาเสียสละแล้วคุณให้อะไรเขา

 

ที่สิงคโปร์ เด็กว่ายน้ำเพราะพ่อแม่เขามีฐานะ ช่วงที่เขาแพ้เราเขาก็ช้ำใจ แต่เขาอดทนใช้เวลาสร้างแบบจริงจัง จนมามี สคูลลิ่ง และอีกหลายคน ซึ่งพวกนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นหลังเชื่อว่าพวกเขาทำได้ อย่างเวียดนามรุ่นหลังน่ากลัวมาก เพราะเขามี เหงียน ธิ อันเวียนห์ ที่คว้า 6-7 เหรียญทอง 

 

ผมถึงบอกว่าคุณจะมองว่าตกต่ำทำไม ในเมื่อนักกีฬากว่าจะสร้างได้ต้องใช้เวลา 10 ปี สิงคโปร์เขาก็รอ รอจนมีรุ่นนี้เขาถึงกลับมาผงาด ของเราก็ต้องรอแต่ตอนนี้เรามีช้างเผือกแล้ว เราต้องสนับสนุนเขา เพราะถ้าหมดรุ่นนี้อาจต้องรออีก 10 ปี

 

 

เราจะปั้นเด็กที่คว้าหลายเหรียญทองได้อย่างไร

ที่ผ่านมาสมาคมก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าหลังจากนี้ปล่อยให้ชุดที่กำลังจะก้าวขึ้นมาจบเหมือนรุ่นพี่ อันนี้แหละมีความผิด สมาคมต้องหาทางสนับสนุนให้ดีที่สุด เพราะเด็กเก่ง ๆ ไม่ได้หากันง่ายๆ ให้สิบล้านก็สร้างไม่ได้ บางช่วงไม่มีเด็กเก่งก็ไม่มีเลย สิงคโปร์ก็เคยเป็น ในเมื่อเรามีแล้วคุณจะรอไม่ได้ต้องสร้างเดี๋ยวนี้  

 

ประเด็นที่ผมเขียนในคลาสออฟ 98 มันสำคัญเพราะหลังจากนี้เด็กรุ่นต่อ ๆ ไปจะยิ่งเก่งขึ้น แต่ถ้าเด็กชุดนี้ทำให้เด็กรุ่นหลังเชื่อไม่ได้ว่าว่ายน้ำก็ประสบความสำเร็จได้ สู้ได้ เด็กรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะไม่เชื่อเลยว่าพวกเขาทำได้ ตอนนี้เราช้างเผือกแล้วต้องรีบส่งไปต่างประเทศ ซ้อมกับคนเก่งๆโค้ชเก่ง ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศ แรงกระตุ้น สิ่งแวดล้อม 

 

การส่งไปต่างประเทศมันไม่คุ้มกับเหรียญทองหรอก แต่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของแรงบันดาลใจที่มาสู่รุ่นน้อง ไปถามเด็กสิงคโปร์ว่าเขาเชื่อไหมว่าจะได้เหรียญทองโอลิมปิก ผมว่าเขาเชื่อพราะเขามีตัวอย่าง ญี่ปุ่นเชื่อไหม เขาเชื่อ เพราะเขาได้เกือบ 30 เหรียญแล้ว แต่ถ้าถามเด็กไทยจะเชื่อได้อย่างไรในเมื่อคนที่เก่งสุดในประวัติศาสตร์ ไปได้ไกลสุดในรอบรองชนะเลิศ เวลานี้ถ้าใครบอกว่าจะเอาเหรียญทองโอลิมปิกมันเพ้อเจ้อ มันต้องมีคนที่ทำให้เขาเห็นว่าเขาทำได้ก่อน

 

 

แล้วปัญหาคืออะไร ถึงส่งไปต่างประเทศไม่ได้

ทุกวันนี้ว่ายน้ำไม่ดังหมือนเมื่อก่อน แล้วใครจะมาอยากลงทุน มันต้องสร้างมูลค่า ว่ายน้ำมันเหมือนบ่อน้ำแห่ง ๆ ทุกคนเข้ามาก็จะมาเอาหมด มาขายเสื้อ มาจับท่า จะมาจัดแข่งแต่มันเหมือนบ่อน้ำแห้ง ๆ ที่ไม่มีใครมาเติมน้ำ ผมไม่ได้บอกว่ามาเติม แต่ผมขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาเติม บ่อน้ำแห้ง ๆ มันจะทำอะไรได้ คุณชนะจริงแต่มาชนะบนสร้างปลักหักพัง คุณเป็นแชมป์แต่ไม่ได้อะไร มูลค่าในตัวกีฬาไม่มี ถ้าทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ มันก็มีโอกาส 

 

 

3 อย่างที่จะทำให้ว่ายน้ำได้รับความนิยมอีกครั้ง

อย่างแรกเราต้องมีซูเปอร์สตาร์ อย่างที่สองคือโอเพ่นวอเตอร์ (วายน้ำมาราธอน) จะมาในรูปแบบคล้ายๆกับวิ่งมาราธอน บ้านเราทะเลเยอะ ต้องดึงดูดให้คนมาว่ายน้ำให้ได้  สุดท้ายคือว่ายน้ำอาวุโส ทุกวันนี้มันเป็นการชุมนุมของอดีตทีมชาติ แต่ต้องปรับกฎเกณฑ์ให้มีสำหรับมือใหม่ มีรายการให้เขาลง คนก็จะมาลงว่ายน้ำเยอะ ชวนคนอื่นมาว่าย แล้วจะเกิดมูลค่า

 

 

เปรียบเทียบโครงสร้างของว่ายน้ำไทยกับสิงคโปร์

สมาคมไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ใครว่ายเก่ง มีหน้าที่หาเงิน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ก็เป็นแบบนี้ ถึงบอกว่าที่ผ่านมาสมาคมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาหาเงินได้ปีละ 60 ล้านบาท ถ้าคุณบอกคุณเก่งหาเงินได้มากกว่าเขาไหม แต่ถามว่าขออะไรไปแล้วเขาไม่ให้ เขาไม่ให้หรือเงินเขาไม่พอ ขอไปแล้วขอแบบไหนเขียนโครงการหรือเปล่า บางเรื่องก็ทำไม่ได้จริง ๆ เพราะเงินเขาไม่พอ แต่สมาคมก็ต้องใจถึงหน่อย ถ้าเห็นว่าเด็กไปได้ก็ต้องส่ง

 

2 ปีที่ผ่านมาได้อะไรจากการทำเพจว่ายน้ำ

จริง ๆ ก็คือได้ประสบการณ์ ได้ทำงานที่เราชอบ เรื่องที่เขียนมันทำให้เราได้ความรู้ไปด้วย บางเรื่องต้องแปลบทความภาษาอังกฤษก็ได้ฝึกภาษา แต่ถามว่าได้อะไรเต็ม ๆ ไหม ตอบเลยว่าไม่ได้ ได้ประสบการ์มากกว่า กระตุ้นวงการเล็กน้อย ก็ทำเท่าที่ทำได้ แต่มันจะเปลี่ยนได้ไหมไม่ได้อยู่ที่ผม เพราะเราเป็นแค่หนึ่งเสียง อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน 

 

แล้วจุดหมายปลายทางของเพจในวันนี้คืออะไร

อยากคนดูว่ายน้ำสนุกขึ้น มีคนหันมาว่ายน้ำมากขึ้น เด็กเลิกว่ายน้ำก่อนเวลาอันควรน้อยลง ส่วนเด็กจะไปถึงแชมป์เอชียนเกมส์ โอลิมปิก หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของน้องๆแล้ว

 


stadium

author

ปวีน เทพพวงทอง

StadiumTH Content Creator