stadium

วันเฮง มีนะโยธิน : แชมป์โลกจากสารคาม ตัวอย่างของคนสู้ชีวิต

23 มิถุนายน 2563

31

เพราะมัวแต่รอคอยโอกาส จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ชีวิตเราไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งโอกาสที่ว่านั้นไม่มีใครรู้เลยว่ามันจะมาหาเราเมื่อไหร่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลิกรอคอยแล้วเป็นฝ่ายผลักดันตัวเองเข้าไปหาโอกาสก็ย่อมมีเปอร์เซ็นต์ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากขึ้นเหมือนอย่างเช่น วันเฮง มีนะโยธิน แชมป์มวยสากลอาชีพ แชมป์สภามวยโลก WBC รุ่นมินิมั่มเวต 105 ปอนด์ นักสู้จากจังหวัดมหาสารตาม ที่ใช้สองกำปั้น อดทน ดิ้นรน สู้ชีวิต สร้างโอกาสให้กับชีวิตตัวเองมาตลอด 20 ปี จนวันนี้เขากลายเป็นแชมป์โลกที่ไม่เคยแพ้ใครยาวนานที่สุดในโลก และกำลังจะทำความฝันให้เป็นจริงได้

 

Facebook : ชยพล มูลศรี

 

ชีวิตนักสู้

เดิมทีนั้น วันเฮง หรือ ชยพล มูลศรี เด็กหนุ่มจากจังหวัดมหาสารคาม ไม่ได้รู้สึกชอบหรืออยากเป็นนักมวยเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่มีญาติเป็นเจ้าของค่ายมวยเพชรปทุมและได้ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ค่ายอยู่เป็นประจำ ทำให้เขามีโอกาสได้เรียนมวยกับคนในค่ายอย่างจริงจัง ความรู้สึกจากเฉย ๆ กลายเป็นชอบ จากชอบเปลี่ยนเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชีวิต ชยพล มูลศรี เริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามงานวัดและเทศกาลต่าง ๆ เช่นเดียวกับนักมวยชื่อดังคนอื่น ๆ ค่าตัวเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 500 บาทเท่านั้น แต่ด้วยความเก่งที่เหนือกว่าเด็กรุ่นเดียวกันทำให้เขาหาคู่ชกได้ยากจึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ คือการเดินทางเข้าไปชกในเมืองหลวง

 

เวลานั้นมีทางค่ายมวยมีนะโยธินได้ติดต่อเข้ามาอยากได้นักมวยในค่ายเพชรปทุม 2 คนไปชกให้ที่กรุงเทพ แต่ว่า ชยพล มูลศรี นั้นไม่ถูกเลือกเป็น 1 ใน 2 คน เมื่อรู้ว่าโอกาสกำลังจะหลุดลอยไปและไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือไม่ เขาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอทำหน้าที่เป็นเด็กยกกระเป่าให้นักมวย 2 คนนั้นเพื่อได้เข้ามาในกรุงเทพ 

 

เมื่อเข้ามาที่ค่ายมวยมีนะโยธิน เขายังต้องรอโอกาสที่จะได้ซ้อมมวยเหมือนคนอื่น ๆ ต่อไป ในช่วง 3 เดือนแรกใครใช้อะไร ชยพล มูลศรี ทำให้หมดทุกอย่างไม่มีปริปากบ่น จนเอาชนะใจ “น้าเฮง” เฮง ศักดิ์ชัยสิทธิ์ หัวหน้าค่ายมีนะโยธิน เลยให้มาซ้อมมวยตามที่ตั้งใจเอาไว้ ก่อนจะถูกผลักดันให้ขึ้นชกในรายการใหญ่อย่างศึกเพชรยินดีเป็นรายการแรก หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ขึ้นชกในเวทีใหญ่ ทั้ง ลุมพินี ราชดำเนิน มาตลอด

 

จากมวยรองด้วยความมุ่งมั่น ขยัน และอยู่ในระเบียบวินัยมาตลอด ทำให้ ชยพล มูลศรี ที่ตอนนี้ได้ใช้ชื่อว่า วันเฮง มีนะโยธิน ฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังหมัดที่หนักหน่วงบวกกับความแข็งแกร่งทั้งรุกและรับทำให้ถึงจุดหนึ่ง วันเฮง ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในรุ่น 105 ปอนด์ จนหาคู่มวยสู้ด้วยยากเพราะไม่มีใครอยากเจอ ต้องแบกน้ำหนักขึ้นไปต่อยกับนักมวยที่ตัวใหญ่กว่า

 

Facebook : ชยพล มูลศรี

 

 

สองกำปั้นที่ไม่ถูกจดจำ

เมื่อหาคู่ชกไม่ได้นานหลายเดือน รายได้ก็หดหาย วันเฮง ต้องหาทางออกใหม่ให้กับชีวิต นั่นก็คือการหันไปชกมวยสากลอาชีพ ตามคำแนะนำของ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ภายใต้การสนับสนุนของ “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและจุดเริ่มต้นในชีวิตอีกครั้ง แม้จะไม่เต็มใจที่ต้องเบนเข็มมาชกมวยสากลสักเท่าไหร่ เพราะต้องปรับตัว ปรับสไตล์การชกใหม่เกือบทั้งหมดและอนาคตก็เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะไปได้สวยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันเฮง ย่อมรู้ดีที่สุดว่าต่อให้เขาดึงดันจะชกมวยไทยต่อไปก็ยากที่มีใครมาประกบคู่ชกด้วย

 

ในช่วงแรก วันเฮง ไม่ได้ฉายแววเก่งเหมือนสมัยชกมวยไทย ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานพอสมควร แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมขึ้นชก วันเฮง เริ่มต้นจากการเป็นแชมป์เยาวชนโลก รุ่นมินิมัมเวต รุ่น 105 ปอนด์ ของสภามวยโลก WBC หลังจากชกได้ 3 ไฟต์ จากนั้นป้องกันแชมป์ได้อีก 8 ครั้ง รวมสถิติชกชนะ 11 ไฟต์ ก่อนจะสละตำแหน่งขึ้นมาชกอาชีพแบบเต็มตัวโดยไฟต์แรกนั้นเขาเอาชนะ เรียอัล กาเด้ นักชกฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปี 2007 ตลอดเวลา 12 ปีเต็มจนถึงไฟต์ล่าสุด สามารถป้องกันแชมป์ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2019 โดยชนะคะแนน ซิมพิเว คองโก นักชกแอฟริกาใต้ สร้างสถิติชนะรวด 54 ไฟต์ติดต่อกัน เป็นการชนะคะแนน 36 ครั้งชนะน็อก 18 ครั้ง ซึ่งสถิติดังกล่าวนั้นเหนือกว่าสุดยอดนักมวยอย่าง ฟลอย์ เมย์เวตเธอร์ จูเนียร์ นักชกซูเปอร์สตาร์ชาวอเมริกัน ( 50 ไฟต์ ) และ ร็อคกี้ มาร์เซียโน (49ไฟต์) ตำนานนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวต

 

อย่างไรก็ตามความสำเร็จกับชื่อเสียงของ วันเฮง ดูเหมือนจะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ในวันที่เขาทำลายสถิติของ ฟลอยด์ เมย์เวตเธอร์ จูเนียร์ เป็นกระแสในเมืองไทยระยะสั้น ๆ ขณะที่ทั่วโลกนั้นความสำเร็จของ วันเฮง เป็นเพียงเสียงกระซิบ ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครให้ความสนใจมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่ารุ่น 105 ปอนด์ นั้นเป็นรุ่นน้ำหนักของคนตัวเล็ก ซึ่งนักชกทางฝั่งยุโรปหรืออเมริกาส่วนใหญ่จะเริ่มต้นกันในรุ่น 115 ปอนด์

 

Facebook : ชยพล มูลศรี

 

ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ความสำเร็จของ วันเฮง นั้นถูกมองข้าม คงเป็นเพราะตลอดระยะเวลา 13 ปี 54 ไฟต์ที่เขาคว้าชัยชนะมาได้ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในการชกที่เมืองไทยทั้งสิ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่ได้ไปชกที่สหรัฐอเมริกาหลายครั้ง โกยเงินล้านเป็นว่าเล่นและได้รับการยอมรับจากแฟนมวยทั่วโลก ถึงขั้นเปลี่ยนกระแสแฟนมวยที่ดินแดนมะกันจากที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมวยรุ่น 115 ปอนด์ กลายเป็นหนึ่งในคู่เอกของรายการไปแล้ว

 

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ปิดกั้นความยอดเยี่ยมที่แท้จริงของกำปั้นไทย ชัยชนะตั้งแต่ปี 2007 และเป็นแชมป์โลกตั้งแต่ 2014 ไม่ใช่ผลงานที่ใคร ๆ ก็ทำได้ และในที่สุดก็มีคนเห็นถึงความบากบั่นของ วันเฮง แล้ว โดย ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ตำนานนักชก เจ้าของ โกลเด้น บอย โปรโมชั่น เห็นถึงความสามารถ ได้ยื่นข้อเสนอให้ วันเฮง ไปชกที่สหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 5 ไฟต์ นี่คือสิ่งที่วันเฮงรอคอยมาตลอด ผลตอบแทนความมุมานะเห็นผลแล้วในวันนี้ แม้ว่าไวรัสโควิด – 19 จะทำให้ไฟต์แรกที่ตกลงไว้ในเดือนเมษายนต้องเลื่อนออกไป แต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในช่วงท้ายอาชีพที่เขาจะได้พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นแล้วว่าสถิติไร้พ่ายของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพราโชคช่วย แต่เกิดจากการทำงานหนักเป็นเวลานานนับสิบ ๆ ปี

 

Facebook : ชยพล มูลศรี

 

Facebook : ชยพล มูลศรี

อ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


stadium

author

ปวีน เทพพวงทอง

StadiumTH Content Creator