stadium

7 เซียน วรรณา บัวแก้ว ตัวรับอิสระอันดับ 1 ของเมืองไทย

2 มิถุนายน 2563

2327

ในช่วงบั้นปลายชีวิตการเล่นวอลเลย์บอลของ วรรณา บัวแก้ว อดีตแนวรับจ๋อมเก่าทีมชาติไทย ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ได้เพิ่มประสบการณ์การเล่นไม่น้อย อดีตตัวรับอิสระจอมแกร่งของทีมชาติไทย ที่มีความว่องไว และความเก๋าในเกมรับ และยังทำหน้าที่ได้ทั้งการรับเสิร์ฟ รวมถึงรับตบ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ วรรณา นับว่าเป็น "พี่ใหญ่" ของทีมชาติไทย ในชุดที่บรรดาแฟน ๆ ขนานนามให้ว่า "7 เซียน" และเป็นรุ่นพี่ที่เคารพรักของน้อง ๆ

 

ในระดับสโมสร วรรณา นับว่าเป็นผู้เล่นของไทยคนแรก ๆ ที่ได้ไปโลดแล่นในลีกต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่อิตาลี หรือ อาเซอร์ไบจาน โดยช่วงท้ายการเล่นอาชีพ ฤดูกาล 2014-15 วรรณา ตัดสินใจกลับมาลงเล่นในลีกเมืองไทย กับ ไอเดียขอนแก่น ซึ่งในซีซั่นเดียวกัน มีเพื่อนร่วมทีมชาติทั้ง วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ที่กลับมา นครราชสีมา และ ปลื้มจิตร์ ถินขาว ที่ลงเล่นให้กับ บางกอกกล๊าส

 

 

เมื่อจบการแข่งขันในซีซั่นนั้น ที่ขอนแก่น ได้อันดับ 3 ทั้งในไทยแลนด์ลีก และในซูเปอร์ลีก วรรณา ก็ตัดสินใจโยกซบทีมต่างชาติอีกครั้ง ซึ่งทีมที่เธอย้ายไปลงเล่นด้วยคือ อาเซอร์เรล บากู ในอาเซอร์ไบจาน พร้อมด้วย นุศรา ต้อมคำ มือเซตทีมชาติไทย ส่วนผลงานในปีดังกล่าว อาเซอร์เรล คว้าแชมป์ลีกไปครอง ด้วยการเอาชนะ เทเลคอม บากู ในนัดชิงชนะเลิศ 3-0 เกม ซึ่งทำให้ทั้ง นุศรา และ วรรณา ต่างก็เป็นแชมป์พร้อมกันในปีนั้น

 

หลังจบโปรแกรมทีมชาติในปี 2016 วรรณา ได้ประกาศอำลาทีมชาติไทย หลังจากที่ชวดตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ ที่บราซิล และรายการสุดท้ายที่เธอได้ลงเล่น คือ เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016 ในรอบไฟนอลส์ จากนั้น วรรณา ยังได้เริ่มต้นด้วยการเป็นทีมงานผู้ฝึกสอนของทีมชาติไทย ได้ไปร่วมในแข่งขันเอวีซี คัพ 2016 ที่ประเทศเวียดนาม และยังเป็นการคุมทีมอย่างเป็นทางการของ "โค้ชด่วน" ดนัย ศรีวัชรเมธากุล ซึ่งรายการนั้น ทีมสาวไทย จบการแข่งขันในอันดับ 3

 

ในฤดูกาล 2016-17 วรรณา ยังคงเลือกเดินทางไปเล่นในต่างประเทศกับ อัลลิอันซ์ สตุตการ์ต ทีมดังในลีกเยอรมัน วรรณา เริ่มต้นพาทีมคว้าแชมป์แรกคือ ซูเปอร์ คัพ รายการแข่งขันก่อนเปิดฤดูกาล ด้วยการเอาชนะ เดรสเด็น แชมป์เก่าของลีกเยอรมัน ผลงานในลีก สตุตการ์ต ยังเป็นทีมที่มีฟอร์มยอดเยี่ยม และการได้ วรรณา มาช่วยเสริมเกมรับ ทำให้เล่นได้ดีมากขึ้น และในฤดูกาลปกติ ทีมของแนวรับชาวไทย ทำผลงานชนะ 17 แพ้ 5 จบอันดับ 2 จากทั้งหมด 12 ทีม รอบเพลย์-ออฟ เพื่อหาแชมป์ สตุตการ์ต เอาชนะคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ และเข้าไปพบกับ เดรสเด็น แชมป์เก่า แม้ว่าทีมของ วรรณา จะแพ้ไปก่อนในเกมแรก แต่สุดท้าย สตุตการ์ต สามารถกลับมาเอาชนะได้สำเร็จ พร้อมทะลุผ่านเข้าสู่ รอบชิงชนะเลิศ 

 

 

อย่างไรก็ตาม สตุตการ์ต ทำดีที่สุดเพียงแค่ รองแชมป์ หลังจากพ่ายต่อ ชเวริน ที่เต็มไปด้วย ดาวตบทีมชาติเยอรมัน ไปแบบขาดลอย 0-3 เกม และในซีซั่นเดียวกัน สตุตการ์ต ยังผ่านเข้าไปถึง รอบก่อนรองชนะเลิศ ซีอีวี คัพ(สโมสรยุโรป) ก่อนจะพ่าย โพมี คาซัลมัจจิโอเร จากอิตาลี หลังจากอิ่มตัวในการเล่นลีกต่างประเทศ รวมทั้งอำลาทีมชาติไปแล้ว วรรณา ในวัย 36 ปี ได้ย้ายกลับมาลงเล่นในเมืองไทยอีกครั้ง โดยสโมสรที่เธอเลือกคือ บางกอกกล๊าส ทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย 

 

การกลับมาเล่นในเมืองไทยในฤดูกาล 2017-18 บางกอกกล๊าส ไม่เพียงแค่ต้องลุ้นแย่งแชมป์กับ สุพรีม ชลบุรี-อี.เทค ที่มี วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และ อัจฉราพร คงยศ ทว่ายังมี นครราชสีมา เดอะมอลล์ วีซี ที่ได้ทั้ง อรอุมา สิทธิรักษ์ และ ชัชชุอร โมกศรี ร่วมทีมด้วย บางกอกกล๊าส ของ วรรณา อาจจะออกตัวได้ไม่ค่อยดีมากนัก ด้วยการพ่าย นครราชสีมา ในเกมที่ 2 ของฤดูกาล ต่อด้วยการพ่าย สุพรีม นัดสุดท้าย เลกแรก ซึ่งผลงานในปีดังกล่าว บางกอกกล๊าส จบอันดับที่ 3 ของไทยแลนด์ลีก และยังได้รองแชมป์ซูเปอร์ลีก 2018 ก่อนที่สโมสรจะตัดสินใจยุบทีมในเวลาต่อมา

 

และนั่นเป็นรายการสุดท้ายในเกมอย่างเป็นทางการที่ วรรณา ได้ลงแข่งขันในฐานะผู้เล่น ก่อนที่ในฤดูกาล 2018-19 เธอจะผันตัวเองเข้ามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเต็มตัวกับ นครราชสีมา แม้จะเป็นการทำทีมในฤดูกาลแรก แต่ วรรณา ยังเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม พาสาวเมืองย่าโม ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู และเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องในทุกเกมที่ลงเล่น

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น นครราชสีมา ภายใต้การนำทีมของ วรรณา ยังมีผลงานที่สุดโต่ง ด้วยการเอาชนะ 16 เกม ติดต่อกันทั้งฤดูกาล คว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก มาครองได้ไร้พ่าย และเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของสโมสร อีกทั้ง วรรณา ยังเป็นโค้ชหญิงคนแรกของเมืองไทย ที่ทำทีมคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก  จบซีซั่นนั้น วรรณา ยังคงทำหน้าที่เป็นสตาฟของทีมชาติไทยในการแข่งขันต่าง ๆ และได้ร่วมเดินทางไปกับทีมในหลาย ๆ รายการ ก่อนที่เธอจะโยกมาคุมทัพ ไดมอนด์ ฟู้ด วีซี ทีมน้องใหม่ที่พึ่งขึ้นมาแข่งขันเป็นครั้งแรก

 

วรรณา ประเดิมพาทีม ไดมอนด์ ฟู้ด วีซี คว้าแชมป์ในรายการโปร ชาลเลนจ์ 2019 ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยแลนด์ลีก ในฤดูกาล 2020 ได้สำเร็จ ทว่าผลงานในไทยแลนด์ลีก ครั้งแรก อาจจะยังไม่ค่อยดีมากนัก ด้วยการรวมตัวกันน้อย และการแข่งขันที่ถี่เกินไป อีกทั้งการสื่อสารภายในทีมอาจจะยังไม่ลงตัว ไดมอนด์ ฟู้ด ของ โค้ชวรรณา ต้องมีอันกระเด็นตกรอบ ไม่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย หรือ รอบไฟนอลส์ ของไทยแลนด์ลีก

 

ผลงานในการเล่นทีมชาติ แชมป์เอเชีย 2 สมัย, อันดับ 4 เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2012, แชมป์เอวีซี คัพ 2012, และ แชมป์ซีเกมส์ อีกหลายสมัย


stadium

author

Plug

StadiumTH Content Creator