stadium

แข้งลูกครึ่ง และผลผลิตจากต่างแดน อนาคตที่น่าจับตาของทัพช้างศึก

22 พฤษภาคม 2563

38

แข้งลูกครึ่ง และผลผลิตจากต่างแดน อนาคตที่น่าจับตาของทัพช้างศึก
#ChangsuekFocus

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาแฟนบอลไทยคงได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากมายกับทีมชาติไทยที่นอกจากจะเป็นเรื่องของโครงสร้างและการพัฒนาต่างๆที่มีมาตรฐานมากขึ้นตามหลักสากล อีกสิ่งหนึ่งที่ได้เข้ามาเป็นความหวังของวงการฟุตบอลไทยในอนาคตที่มีให้เห็นมากขึ้นนั่นคือ "นักเตะลูกครึ่ง"

"นักเตะลูกครึ่ง" ในความหมายที่จะสื่อในที่นี้หมายถึงนักเตะลูกครึ่งที่ผ่านการขัดเกลาฝีเท้าจากชาติที่มีมาตรฐานฟุตบอลสูงกว่าทีมชาติไทย หรือ นักเตะลูกครึ่งที่เกิดและมีโอกาสได้ซึมซับวัฒนธรรมฟุตบอลจากชาติชั้นนำของวงการลูกหนัง ซึ่งแน่นอนว่าวงการฟุตบอลไทยยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมากจากชาติเหล่านั้น และนักเตะลูกครึ่งเหล่านี้อาจจะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองการเล่นฟุตบอลของทีมชาติไทยในอนาคตหากว่าพวกเขาได้มีโอกาสแจ้งเกิดมากขึ้น และก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทีมชาติไทย

ตัวอย่างล่าสุดที่อยู่ในกระแสตั้งแต่ต้นปี 2020 นั่นคือ เบนจามิน เจมส์ เดวิส กับปรากฏการณ์ฮือฮาที่ทุกคนเห็นแล้วว่า ทัศนะคติในการเล่นฟุตบอล เซนส์ฟุตบอล และทักษะฟุตบอลของแข้งลูกครึ่งไทย-เวลส์ รายนี้ มีส่วนในการเพิ่มมิติให้กับทีมชาติไทยอย่างยิ่ง ทั้งๆที่ได้รับโอกาสโชว์ลวดลายในสนามไม่ถึง 90 นาที จาก 2 นัด

คำถามต่อมาคือ นักเตะลูกครึ่งที่ปรากฏชื่อมากมายที่เริ่มมีกระแสในช่วง 1-2 ปีนี้มีดีแค่ไหน และดีพอเป็นอนาคตให้ทีมชาติไทยหรือไม่ ?

ยังเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เราได้เห็นมากขึ้นและพอจะมีความหวังนั่นคือแข้งลูกครึ่งที่อยู่ในไทยลีกเริ่มจะฉายแววมากขึ้นเรื่อยๆและมีบทบาทในทีมชาติไทยมากขึ้นในทุกๆปี อย่างเช่น เอเลียส ดอเลาะห์ ลูกครึ่งไทย-สวีดิช , มานูเอล ทอม เบียห์ กองหลังลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จองสัมปทานเป็นกองหลังตัวหลักทีมชาติไทยเรียบร้อยแล้ว ตามฟอร์มการเล่นที่อาจจะเรียกได้ว่าดีที่สุดในขณะนี้ในตำแหน่งกองหลัง รวมถึงก่อนหน้านี้อย่าง ฟิลิปป์ โรลเลอร์ แข้งไทย-เยอรมัน ที่แม้จะหลุดฟอร์มไปบ้างในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ปี 2020 เขากำลังอยู่ในช่วงที่ดีอีกครั้ง และน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งแบ็คขวาของไทย หรือแม้แต่ เควิน ดีรมรัมย์ แข้งไทย-สวีดิช ก็วนเวียนอยู่กับชุดเยาวชนอย่างต่อเนื่องเว้นแต่จะมีอาการบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งที่เคยทำได้ดีจนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์แข้งลูกครึ่งไทยนั่นคือ ชาริล ชัปปุยส์ ลูกครึ่งไทย-สวิส และ ทริสตอง โด ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ก็ยังมีอนาคตในทัพช้างศึกได้อีกหลายปี

ตัวอย่างที่ยกมาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ดีที่เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับทัพช้างศึกโดยผสมผสานกับนักเตะไทยเป็นการช่วยลบจุดบอดที่ทีมชาติไทยมีในอดีตในเรื่องของสรีระ ความสูง ความแข็งแกร่ง และพละกำลังตลอด 90 นาที ส่วนในเรื่องทักษะฟุตบอลนั้น ผู้เขียนยังเชื่อว่านักเตะไทยไม่เป็นรองชาติอื่นเท่าไหร่นัก แต่การได้เติมเต็มด้วยมุมมองการเล่นจากประสบการณ์ในต่างแดนของบรรดาแข้งลูกครึ่งทั้งหลาย จะเป็นเรื่องดีแน่นอนในการปรับใช้กับวงการฟุตบอลไทย

โดยปัจจุบันเราได้เห็นดาวรุ่งลูกครึ่งไทยในแดนมากขึ้น นำมาซึ่งความหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะกลับมาพาทีมชาติไทยได้ยืนผงาดเป็นทีมหัวแถวในเอเชียต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น เบน เดวิส (ฟูแล่ม) , คอร์บิ้น เมอร์เรย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) รวมถึงนักเตะชาวไทย 100 % ที่ได้โอกาสไปค้าแข้งในยุโรปอย่าง 2 พี่น้อง กฤษณะ ภุมรินทร์ (ฮอฟเฟนไฮม์) และ จิรพัฒน์ ภุมรินทร์ (เอฟเอสเฟา แฟร้งค์เฟิร์ต) , อชิตพล คีรีรมย์ (1860 โรเซนไฮม์) หรือแม้แต่ลูกครึ่งดาวรุ่งในไทยอย่าง ลีออน เจมส์ (ราชบุรี มิตรผล) และ โอลุวะ เฟมี กองหน้าลูกครึ่งไทย-ไนจีเรีย วัย 16 ปีของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ว่ากันว่าเก่งกว่าธีรศิลป์ แดงดา ในช่วงอายุเท่าๆกันเสียอีก

ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทีมชาติไทยกำลังจะมีทรัพยากรให้เลือกใช้อย่างหลากหลายและมีคุณภาพจากต่างแดน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแข้งดาวรุ่งที่รอการได้เข้ามาสานฝันให้กับแฟนบอลไทยในอนาคต ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปว่าดีพอจะเติมเต็มให้ทัพช้างศึกหรือไม่

แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ มองอย่างไรกับกระแสแข้งลูกครึ่งฟีเวอร์ รวมถึงดาวรุ่งในต่างแดนที่ขณะนี้กำลังถูกจับตาว่าจะเป็นอนาคตอันสดใสของทีมชาติไทย ?


stadium

author

ICE Assist

Changsuek Content Creator

stadium