stadium

ส่อง 4 แข้งการูด้าที่ชิน แท ยองเล็งไว้ใช้รับมือช้างศึก!

26 มีนาคม 2563

653

ส่อง 4 แข้งการูด้าที่ชิน แท ยองเล็งไว้ใช้รับมือช้างศึก!

#คุยเฟื่องเรื่องบอลไทย

 

วันนี้หากไม่มีเหตุการ์ณไวรัสโควิด-19 ระบาด แฟนบอลทั่วทั้งทวีปก็จะได้รับชมรับเชียร์แมตช์คัดบอลโลกอีกครั้งตามที่ได้ตั้งตารอคอยกันมายาวนานกว่า 4 เดือนด้วยกัน เชื่อเหลือเกินว่าคงมีท่านผู้อ่านหลายท่านในที่นี้ที่กำลังออกอาการ “กระสัน” อยากให้เรื่องราวของสงครามระหว่างมนุษย์กับเจ้าโรคอุบัติใหม่ตัวนี้จบลงให้ได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งส่งคืนความปกติสุขของผู้คนกลับคืนสู่ทุกภูมิภาค

 

“น่าจะใกล้แล้วแหละ” เพราะผมยังมั่นใจว่ามนุษย์จะได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด และเรื่องราวของความสูญเสียจะจบลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เพราะในตอนนี้ดูเหมือนว่าเราทุกคนต่างระดมสรรพกำลังร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และทุกฝ่ายก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด

 

เฉกเช่นเดียวกับการเดินหน้าเตรียมทีมสู้ศึกคัดบอลโลกที่แม้ลีกในหลายประเทศจะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด คู่แข่งของไทยอย่างทีมชาติอินโดนีเซียเองก็กำลังเดินหน้าสร้างทีมแห่งอนาคตภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “นี่คือการูด้าสายเลือดใหม่” ที่ความฟิตต้องเต็มถึงพลังโสม(วิ่งไม่มีหมดจนกว่าจะได้ยินเสียงนกหวีดสุดท้าย)

 

ผมได้มีโอกาสติดตามดูตามหน้าข่าวของฝั่งอินโดฯเป็นระยะๆ แถมยังได้มีโอกาสฟังบทวิเคราะห์ของเหล่ากูรูฟุตบอลของที่นั่นที่พูดผ่านรายการ “Soccer time” ล่าสุด โดยพวกเขาได้วิเคราะห์ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในทีมชาติอินโดนีเซียยุคใหม่ภายใต้การนำของทีมงานจากเกาหลีใต้ และความน่าจะเป็นในคัดบอลโลกในแมตช์ที่ต้องมาเยือนไทย ซึ่งมันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าตัวผู้เล่นจะต่างไปจากนัดที่เราไปเยือนเขาที่เสนายันชนิด “หน้ามือเป็นหลังเท้า”  

 

เหตุที่มันเป็นแบบนั้นเพราะชิน แท ยองแสดงความไม่พอใจในสภาพความฟิตของนักเตะตัวทีมชาติเกือบทั้งทีมจากการเรียกมาเข้าแคมป์เมื่อต้นปี โดยเห็นได้ชัดว่านักเตะส่วนใหญ่มีความฟิตแค่ 20 นาทีเท่านั้นในเกมระดับทวีป และทั้งเขากับสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียเองก็มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่าจะเริ่มสร้างทีมการูด้าชุดใหม่โดยอาศัยกำลังจากนักเตะชุดยู19 และยู23 เพื่อไว้ใช้ในทัวร์นาเม้นท์สำคัญๆอย่างคัดเอเชี่ยนคัพและล่าแชมป์ภูมิภาค

 

และนี่คือ 4 ตัวผู้เล่นจากชุดที่ว่าที่มีการคาดการ์ณกันว่าโค้ชชาวเกาหลีใต้กำลังหมายตา และอาจมีโอกาสที่ในคัดบอลโลกปลายปีนี้ นักเตะในทัพช้างศึกเราจะได้ “ปะทะ”  

 

คนแรก คือ เอกี้ เมาราน่า (Egy Maulana) กองหน้าวัย 20 ปีที่กำลังค้าแข้งอยู่ในลีกสูงสุดของโปแลนด์กับสโมสรเลเชีย กดังส์ค เจ้าของรางวัลดาวซัลโวสูงสุดในทัวร์นาเม้นท์เอเอฟเอฟยู19 แชมเปี้ยนชิพปี 2017 และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมรายการ Gothia Cup 2015 จากการยิงไป 28 ประตูพาอินโดนีเซียสอยแชมป์กลับบ้าน ซึ่งแม้เจ้าตัวจะไม่ได้เดินทางมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมชาติในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็มีรายงานข่าวออกมาว่าเขาคือผู้เล่นที่อยู่ในลิสรายแรกๆที่นายใหญ่ชาวเกาหลีใต้จะหนีบมาใช้ในแมตช์ที่เจอกับไทย

 

คนที่ 2 คือ วิธาน สุไลมาน (Witan Sulaeman) ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากสโมสรเอฟเค รัดนิก เซอร์ดูลิก้า สโมสรบนลีกสูงสุดของเซอร์เบีย ซึ่งแม้ว่าในตอนนี้เจ้าตัวจะยังไม่เคยได้ลงเล่นกับต้นสังกัดเลยซักนัดเนื่องจากลีกเซอร์เบียกำหนดให้ผู้เล่นที่จะลงเล่นบนลีกสูงสุดจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่จากสภาพแวดล้อมของการฝึกซ้อมที่เซอร์เบียที่ทำให้สภาพร่างกายเจ้าตัวดูดีกว่าตัวทีมชาติอินโดนีเซียหลายคนในตอนนี้ก็เป็นเหตุผลเพียงพอให้ชิน แท ยองจะใส่ชื่อเขาเอาไว้ในแมตช์ที่เจอกับไทยปลายปี

 

คนต่อมา คือ แจ๊ค บราวน์ (Jack Brown) มิดฟิลด์ตัวรุกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากสโมสรลินคอล์น ซิตี้ในลีกวันของเกาะอังกฤษ ซึ่งเจ้าตัวเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-อินโดฯและมีรายงานข่าวออกมาว่าในช่วงที่เจ้าตัวถูกเรียกมาเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชาติชุดยู19 ด้วยรูปร่างสรีระร่างกายที่สูงใหญ่และมีเซ้นส์บอลที่ดีกว่าเพื่อนร่วมทีมจึงไปเตะตาทีมงานของชิน แท ยอง และอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อาจถูกหนีบมาใช้ในเกมกับไทยโดยอาจถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองก็อาจเป็นไปได้

 

คนสุดท้าย คือ เบ็คแฮม พุตรา (Beckham Putra) หนุ่มผู้มีชื่อเหมือนอดีตกองกลางทีมปีศาจแดงและอดีตทีมชาติอังกฤษยุค 90 แถมเจ้าตัวยังเป็นเจ้าของรางวัลดาวซัลโวลีกเยาวชนปี 2018 และเป็นกองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปีที่สื่อท้องถิ่นทุกสำนักของอินโดนีเซียในตอนนี้ต่างยกให้เป็น “วันเดอร์คิด” โดยมีรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องว่าเจ้าตัวก็อยู่ในเรดาร์ที่ทีมงานจากเกาหลีใต้กาชื่อไว้เช่นกัน

 

“อดใจรอกันอีกนิด” และแมตช์ระหว่างเรากับทัพการูด้าชุดใหม่นี้ที่มีการคาดการ์ณกันว่าอาจเตะกันในช่วงเดือนต.ค.น่าจะเป็นแมตช์ที่สนุก-เร้าใจแน่ๆ ตอบแทนการรอคอยอันยาวนานสำหรับโปรแกรมทีมชาติที่ถูกพิษโควิด-19 เล่นงาน และเมื่อถึงเวลานั้นคงต้องมาดูกันว่านิยาม “บอลเปลี่ยนโค้ช” และ “การูด้ายังบลัด” จะสามารถแผลงฤทธิ์ได้หรือไม่ ประเดี๋ยวเราก็จะได้รู้กัน..


stadium

author

“akinson149” พงศ์รัตน์ วินัยวัฒนวงศ์

Moderator เพจ thailandsusu (Section: บทความ-แปลข่าวบอลไทย) และคอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย

stadium