stadium

“สิงห์สนามศุภฯ” นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์

15 มีนาคม 2563

นักเตะตำนานทีมชาติไทย ยุค 70 

 

“สิงห์สนามศุภฯ” นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์

 

สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยถือเป็นสังเวียนแข้งของทีมชาติไทยมานานหลายสิบปี นักฟุตบอลกว่าหลายร้อยชีวิตเคยใส่เสื้อทีมชาติไทยลงฟาดแข้งกับผู้มาเยือนจนเกิดเรื่องราวและตำนานมากมาย ในอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยมีฉายาของแต่ละคนจนเป็นที่จดจำของแฟนบอล แต่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับฉายา “สิงห์สนามศุภฯ” 

 

ย้อนตำนานนักเตะทีมชาติไทยยุค 70 วันนี้ เราจะพาแฟนบอลทุกท่านไปรู้จักกับ ‘นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์’ นักเตะที่ถือว่าเป็นตำนานและเก่งกาจมากที่สุดคนหนี่งที่ทีมชาติไทยเคยมีมา

 

เจ้าของฉายา “สิงห์สนามศุภฯ” เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2490 ที่จังหวัดพิษณุโลก ชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะกีฬาวิ่งแข่ง ส่วนในด้านกีฬาลูกหนังเจ้าตัวเริ่มเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่ด้วยความสูงเพียง 155 เซนติเมตร ดูแล้วคงไม่สามารถรุ่งในตำแหน่งนี้ได้ จึงเปลี่ยนมาเล่นตำแหน่งกองหน้า

 

เด็กชายต๋องคือชื่อเล่นของเขา และมีโค้ชฟุตบอลคนแรกคือพ่อเลี้ยงที่เป็นอดีตนักเตะทีมชาติเวียดนามและอพยพเข้ามาอยู่เมืองไทย เป็นคนสอนทักษะและขัดเกลาฝีเท้า และด้วยพรแสวงจากส่วนสูงที่เสียเปรียบคนอื่น แต่มีความไวจากการเป็นนักกีฬาวิ่งอยู่แล้ว ทำให้นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เริ่มแจ้งเกิดกับทีมโรงเรียนและพาทีมชนะหลายๆ รายการในระดับจังหวัด

 

จนปี พ.ศ.2507 เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เพื่อหวังเข้าโรงเรียนดีๆ และโอกาสในการได้เป็นนักกีฬา แต่เจ้าตัวก็ต้องผ่านบททดสอบหลายๆ อย่าง จนมีครั้งหนึ่งที่เขาไม่สามารถคัดติดทีมแห่งหนึ่งได้ เพราะส่วนสูงไม่ผ่านเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนนั้นต้องการ 

 

อย่างไรก็ตามเด็กจากเมืองสองแควไม่ได้ย่อท้อ กลับยิ่งทำให้เขามุ่งมั่นกว่าเดิมและในที่สุดก็ได้เรียนในเมืองหลวงสมใจ กับโรงเรียนพลานามัย และโรงเรียนปานะพันธ์วิทยา ชื่อเสียงของนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เริ่มโดดเด่นในฟุตบอลระดับเยาวชน จนมีโอกาสไปคัดตัวเยาวชนทีมชาติไทยและติดทีมชาติชุดเยาวชนครั้งแรกในปี พ.ศ.2509 โดยไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ฟิลิปินส์

 

เพียงหนึ่งปีต่อมา ก็ก้าวกระโดดขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยรายการแรกคือการไปแข่งขันฟุตบอลฉลองเอกราชเวียดนาม ซึ่งเจ้าตัวลงเล่นในตำแหน่งปีกขวา และกลายเป็นตำแหน่งหลักของเจ้าของฉายา “สิงห์สนามศุภฯ” ตลอดสิบกว่าปีที่เล่นให้ทีมชาติไทย

 

หลังจากนั้นนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ก็มีชื่อติดทีมชาติไทยตลอด และแฟนบอลเริ่มรู้จักนักเตะรายนี้ดีโดยเริ่มจากกีฬาแหลมทอง ปี พ.ศ.2510 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งนั้นทีมชาติไทยได้เหรียญทองแดง แต่ฟอร์มการเล่นของดาวรุ่งรายนี้เริ่มเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล

 

ปี พ.ศ. 2511 นับเป็นเกียรติยศสำคัญของวงการฟุตบอลไทย เมื่อทีมชาติไทยชนะเลิศกลุ่ม 2 ในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เหนือทีมเต็งร่วมกลุ่มอย่างอิรัก และอินโดนีเซีย โดยนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เป็นหนึ่งในขุนพลนักเตะตัวหลักและโชว์ฟอร์มด้วยการเล่นที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว จนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล และทีมชาติไทยได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิก รอบสุดท้ายที่ประเทศเม็กซิโก

 

ชื่อของ นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ยังอยู่คู่กับทีมชาติไทยเป็นสิบปี ผ่านทัวร์นาเมนต์รายการต่างๆ กว่า 100 นัด และความโด่งดังยังได้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอีกหลายแบนด์ นับว่าเป็นนักฟุตบอลยอดนิยมแห่งยุคเลยก็ว่าได้

 

จนมาถึงนัดสุดท้ายของการรับใช้ชาติ ซึ่งก่อนการแข่งขันนัดนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่านัดนั้นจะเป็นนัดสุดท้ายของเจ้าตัว โดยเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศคิงส์คัพ ครั้งที่ 12 ปี พ.ศ.2522 ซึ่งทีมชาติไทยชุดเอ ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติเกาหลีใต้ และประตูชัยในเกมนั้นเกิดขึ้นจากจังหวะที่ “กัปตันทีมนิวัฒน์” ผ่านบอลให้ดาวยศ ดารา น้องชายต่างบิดาเป็นคนยิงประตูชัยให้ไทยเฉือนชนะเกาหลีใต้ 1-0 และนับเป็นการชนะเลิศถ้วยพระราชทานคิงส์คัพแบบทีมเดียวครั้งแรก ซึ่งสื่อมวลชนสมัยนั้นใช้คำว่า “ชนะเลิศเต็มใบ” หลังจากที่ไทยเคยได้แชมป์ร่วมกับมาเลเซียในปี พ.ศ.2519

 

หลังจากจบเกมที่ไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพ สิ่งที่แฟนบอลในสนามไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกัปตันนิวัฒน์ประกาศอำลาสนามต่อหน้าแฟนบอล ปิดตำนานการค้าแข้งให้ทีมชาติไทยกว่า 12 ปี และได้แชมป์ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพที่เจ้าของฉายา “สิงห์สนามศุภฯ” รอคอยมาตลอดชีวิตการเล่นฟุตบอล

 

==================

 

ติดตามเรื่องราวของสถิติฟุตบอลไทยและเกร็ดข้อมูลในอดีตที่น่าสนใจได้ที่ แฟนเพจ #สารานุกรมฟุตบอลไทย  Facebook/thaifootballcyclopedia


stadium

author

เอ สารานุกรมฟุตบอลไทย

Changsuek Content Creator

ทีสปอร์ต 7 | t-sports 7