stadium

9 กีฬาไทยลุ้นคัดโอลิมปิกในเดือนมีนาคม

1 มีนาคม 2563

698

เหลืออีกไม่ถึง 150 วัน โอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม แต่ด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โควิด 19 ระบาดหนักไปแล้วหลายประเทศ รวมไปถึงญี่ปุ่นเองก็มีผู้ติดเชื้อจำนวนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ทำให้ตอนนี้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล และองค์กรอนามัยโลก ได้ทำงานร่วมกันและจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ไม่ว่าบทสรุปแล้วโอลิมปิกครั้งนี้จะแข่งขันได้ตามปกติ , เลื่อนวันหรือยกเลิกไปเลยก็ตาม แต่ว่าขณะนี้นักกีฬาทุกคนยังคงต้องโฟกัสกับการควอลิฟายกันไปก่อน

 

ซึ่งในเดือนมีนาคมนี้ มีนักกีฬาไทยถึง 9 ชนิดกีฬาด้วยกันที่มีโปรแกรมไปแข่งขันเพื่อเก็บคะแนน และคัดเลือกในประเทศต่างๆ

 

 

1)มวยสากลสมัครเล่น

ขุนพลเสื้อกล้ามไทยส่งนักชกเข้าร่วมคัดโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย/โอเชียเนีย ที่จอร์แดน วันที่ 3 - 11 มี.ค. โซนเอเชีย ทั้งหมด 11 คน แบ่งเป็น ชาย 6 คน ประกอบด้วย รุ่น 52 กก. ฐิติสรรณ์ ปั้นโหมด, รุ่น 57กก. ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี, รุ่น 63 กก. อธิชัย เพิ่มทรัพย์, รุ่น 69 กก. วุฒิชัย มาสุข,รุ่น 75 กก. วีระพล จงจอหอ และรุ่น 81 กก. จักรพงษ์ ยมโคตร

 

ขณะที่ นักกีฬามวยสากลหญิง 5 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 51 กก. จุฑามาศ จิตรพงษ์, รุ่น 57 กก. นิลาวัลย์ เตชะสืบ, รุ่น 60 กก.  สุดาพร สีสอนดี, รุ่น 69 กก. ใบสน มณีก้อน และรุ่น 75 กก. พรนิภา ชูศรี

 

ชุดนี้ถือว่าเป็นเลือกผสมสายเลือดเก่ากับหน้าใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาจากเยาวชน ฐิติสรรณ์ ปั้นโหมด , อธิชัย เพิ่มทรัพย์ , วีระพล จงจอหอ 3 นักชกดาวรุ่งที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีใหญ่ ส่วนพวกที่มีประสบการณ์อย่าง ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี , วุฒิชัย มาสุข , สุดาพร สีสอนดี , จุฑามาศ จิตรพงษ์ และนิลาวัลย์ เตชะสืบ เหล่านี้เป็นความหวังที่มีโอกาสต้องทำให้ได้ 

 

คัดโอลิมปิกเลกแรกนี้รุ่นเล็กๆอย่าง  รุ่น 52 กก.ชาย , รุ่น 57 กก.ชาย , รุ่น 63 กก.ชาย และรุ่น 51 กก. หญิง ให้โควตาโอลิมปิก 6 คน ส่วนรุ่นกลางๆถึงรุ่นใหญ่อย่าง 69 กก.ชาย ,  รุ่น 75 กก.ชาย, รุ่น 81 กก.ชาย จะยากกว่าเพราะเอาแค่ 5 คน 

 

ส่วนผู้หญิง รุ่น 57 กก. , รุ่น 60 กก. และรุ่น 69 กก. ก็เป็นงานหนักไม่น้อย เพราะให้โควตารุ่นละแค่ 4 คน คือต้องผ่านถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้

 

อย่างไรก็ตามนี้ถือว่ามีโอกาสมากที่สุด เพราะเป็นการคัดในระดับทวีปนั้น แม้ว่าจะมีการปรับรุ่นใหม่ แต่คู่แข่งคงพอได้เห็นจากการเดินสายแข่งในปี 2019 มาบ้างแล้ว ดังนั้นเชื่อว่า 4-5 ที่นั่ง ที่หวังเอาไว้นั้นคงไม่ยากเกินไป

 

 

2)สเก็ตบอร์ด 

สเกตบอร์ด 1 ใน 5 ชนิดกีฬาใหม่ ในโอลิมปิก 2020 มีชิงชัย 2 ประเภท คือ สตรีทและปาร์ค ซึ่งในเดือนนี้นักกีฬาไทย 6 คน ประกอบด้วย ประเภท Street ชาย : โสธิชัย รักสำรวจ , ภาพทอง ประมาณ , อธิวัฒน์ เรืองศรี , หญิง : อรพันธ์ คงทอง , ประเภทปาร์ค ชาย : ไบรแอนท์ อุรพงศ์ , กรวิชญ์ เกตุแก้ว โดยในเดือนนี้ทั้ง 6 คนมีโปรแกรมเก็บคะแนนโอลิมปิกทั้งหมด 4 รายการ

 

เริ่มจาก รายการระดับ 5 ดาว WS Lima Open - Lima ที่เปรู  - 16-22 มีนาคมนี้ ที่ประเทศเปรู ต่อด้วย สเก็ตบอร์ดชิงแชมป์ประเทศไทย วันที่ 13-15 มี.ค. จากนั้น สเก็ตบอร์ตชิงแชมป์เอเชียที่สิงคโปร์ 17-21 มีค และ สตรีท ลีกโปร ทัวร์ ลาสเวกัส ที่สหรัฐฯ วันที่ 23-28 มี.ค.

 

2 รายการใหญ่ที่สำคัญในเดือนนี้คือรายการชิงแชมป์ประเทศไทยและชิงแชมป์เอเชีย ทั้ง 2 รายการนักกีฬาไทยมีโอกาสเข้ารอบลึกๆ โดยแชมป์ประเทศไทยจะได้คะแนนถึง 3,300 แต้ม และชิงแชมป์เอเชีย อันดับ Top 6 อย่างต่ำก็จะได้ 2,000 กว่าแต้ม เพียงพอจะทำให้นักสเก็ตบอร์ดไทย ขยับเข้าไปอยู่ในอันดับโควตา Top 20

 

หลังจากจนถึงมิถุนายนนี้ จะเหลืออีก 8 รายการให้เก็บคะแนนเพื่อรักษาอันดับและทำอันดับให้ดีขึ้น ถึงตอนนี้ อรพันธ์ คงทอง อยู่ในโควตาอันดับ 19 (ติดโอลิมปิก) ต้องรักษาอันดับในอีก 8 สนาม

 

ส่วน โสธิชัย รักสำรวจ อยู่อันดับที่ 25 ยังมีโอกาสติดโควตาแต่ต้องทำอันดับให้เข้าไปอยู่ใน Top 20 

 

 

3)เรือแคนู

เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของ สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย เพราะในเดือนนี้จะได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการคัดโอลิมปิกถึง 2 รายการต่อเนื่องกันที่ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายที่พัทยา

 

-แคนู สลาลอม - คัดโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 22-24 มีนาคม

-แคนู สปริ้นท์ คัดโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 26-29 มีนาคม

 

การเป็นเจ้าภาพจะทำให้นักกีฬาของเราได้เปรียบชาติอื่นๆเพราะนอกจากจะได้ซ้อมที่สนามแข่งขันจริงเพื่อทำความคุ้นเคยแล้ว ยังได้เป็นเรื่องเสียงเชียร์และกำลังใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสได้โควตาโอลิมปิก

 

รายชื่อนักกีฬาแคนูสลาลอม 

ชาย : ยุทธกานต์ ชัยเดช , รัตนเจต ชูอำไพ ,จตุพร ทิมทอง , ชลสิทธิ์ พุทธรักษา , ปิยณัฐ เกิดสุข

 

หญิง : อัจฉรา ดวงละหว้า , ธัชภร พรชัย , วรดา ชนม์สุข , ปัทมาพร โหยย้อย , ณัฐณิขาข์ อมรวิชัยวงศ์ , ดวงดาว ลักขษร

 

 

4)เรือใบ 

เรือใบและวินด์เซิร์ฟ มีคิวคัดโอลิมปิกในรายการ ชิงแชมป์เอเชีย วันที่15–22 มี.ค. ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเราได้โควตาโอลิมปิกมาแล้ว 2 คน คือ  “แบม” กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม และ “ดาว” ศิริพร แก้วดวงงาม ส่วนสนามนี้ นักกีฬาไทยลงแข่ง 3 จาก 4 ประเภท เรือ 49er : ดอน และ ดีแลน วิทคราฟท์ , Laser Standard : “ท็อป” กีระติ บัวลง และ RS:X : "โอ๊ต" ณัฐพงษ์ โพธิ์นพรัตน์

 

รายการนี้ยังเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขาที่จะตัดสินแล้วว่าจะได้ไปต่อในโอลิมปิก 2020 หรือ ไม่ ซึ่งไทยเรานั้นมีลุ้นจาก “ท็อป” กีระติ บัวลง ที่เคยได้ไปโอลิมปิกมาแล้ว 2 ครั้ง (2012-2016) ซึ่งยังคงต้องการไปมีส่วนร่วมอีกเป็นครั้งที่ 3 รวมไปถึง "โอ๊ต" ณัฐพงษ์ โพธิ์นพรัตน์ ก็มีโอกาสไม่น้อย เพราะโอลิมปิก 2016 ที่เจ้าตัวได้ไป ก็เพราะผ่านควอลิฟายจากสนามนี้

 

 

5)คาราเต้

ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับโลกกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักกีฬาคาราเต้ไทยทั้ง 3 คน  "เบส" ศุภ งามพึงพิศ ประเภทต่อสู้รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก., "แม็ก" ธีระวัฒน์ คลังทอง ประเภทต่อสู้รุ่นน้ำหนัก 84 กก.ขึ้นไป และ "น้ำผึ้ง" มนสิชา สกุลรัตนธารา ประเภทร่ายรำหญิง 

 

โดยในเดือนนี้มีโปรแกรมแข่ง 1 รายการ คาราเต้วัน พรีเมียร์ ลีก ราบัต 2020 ที่โมร็อกโก วันที่ 13-15 มีนาคม ซึ่งทั้ง 3 คนจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ โดยเฉพาะ เบส ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทองแดงได้ที่ยูเออี จะได้เรียนรู้คู่แข่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคัดโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสในเดือนพฤษภาคมนี้

 

 

6)แบดมินตัน

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัส โคโรนา โควิด 19 ทำให้รายการเยอรมัน โอเพ่น ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขัน ส่งผลให้รายการเก็บคะนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์หายไป 1 รายการ และเหลือเก็บคะแนนอีก 6 รายการเท่านั้น

 

โดยโปรแกรมในเดือนนี้ที่เหลืออยู่มี ออลอิงแลนด์ โอเพ่น 11-15 มี.ค. , สวิส โอเพ่น 17-22 มี.ค. , อินเดีย โอเพ่น 24-29 มี.ค. และมาเลเซีย โอเพ่น 1 มี.ค. – 5 เม.ย. 

 

ขณะที่สถานการณ์ลุ้นโควตาโอลิมปิกตอนนี้ ประเภทชายเดี่ยว กันตภณ หวังเจริญ อันดับ 14 ประเภทหญิงเดี่ยว รัชนก อินทนนท์ อันดับ 5 , บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ อันดับ 12 ประเภทหญิงคู่ รวินดา ประจงใจ – จงกลพรรณ กิติธารากุล อันดับ 8 และประเภทคู่ผสม เดชาพล พัววรานุเคราะห์ - ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย อันดับ 3 ไม่น่ามีปัญหาเรื่องโควตาโอลิมปิก

 

แต่จากการคว้าแชมป์บาร์เซโลนา มาสเตอร์ส ของพรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ทำให้คะแนนของเธอ ห่างจาก บุศนันท์ อยู่ประมาณ 6,000 คะแนน ซึ่งยังคงพอมีโอกาสเบียดแย่งโควตาโอลิมปิกได้เช่นกัน

 

 

7)ฟันดาบ

ในส่วนของนักกีฬาไทย ต้องยอมรับว่าโอกาสจะได้ไปโอลิมปิกนั้นมีน้อยมากๆ หากจะลุ้นจากการเก็บคะแนนสะสมเพราะคัดเอาแค่ 24 อันดับแรกเท่านั้น ส่วนนักกีฬาไทยที่เดินสายเก็บคะแนน มีอยู่ 6 คนด้วยกัน ซึ่งอันดับโลกนั้นดีสุด ประเภทเซเบอร์ชาย - วรกันต์ ศรีนวลนัด อันดับ 80

 

อย่างไรก็ตามในเดือนนี้ มีนักกีฬา 1 คนที่มีโปรแกรมแข่งขันคือ กรวรรณ ธานี ในประเภทเอเป้หญิง รายการ Grand Prix : WESTEND Grand Prix วันที่ 6-8 มีนาคม ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

 

8)กรีฑา

สำหรับโปรแกรมของทีมกรีฑาไทย ในเดือนนี้ จะส่งนักกีฬาไปเก็บตัวที่ต่างประเทศและตระเวรแข่งขันเพื่อคัดโอลิมปิก

 

1) ขว้างจักร : สุเบญรัตน์ อินแสง ** 1 มีนาคม  - 29 พฤษภาคม 

ซ้อมปรับตัว 3 อาทิตย์ จากนั้นโค้ชจะส่งแข่งรายการที่ส่งได้

 

2) ทศกรีฑา : “ปาร์ค” สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ จะออกเดินทางวันที่ 29 มีนาคม เพื่อไปเก็บตัวที่ประเทศตุรกี และจะตระเวรแข่งขันรายการในประเทศใกล้เคียงจนถึงเดือนพฤษภาคม 

 

3) 4*100 ชาย จะออกเดินทางวันที่ 20 มีนาคม ไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บตัวและแข่งขันจนถึงวันที่ 20 เมษายน ซึ่งโฉมหน้าของทีมไต้ฝุ่นชายชุดนี้ ประกอบด้วย รัตนพล โสวัน, บัณฑิต ช่วงไชย, ชยุตม์ คงประสิทธิ์ , ศิริพล พันธ์แพ , รวมโชค เสมาทอง

 

รายชื่อที่ออกมานั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อไม้ 3 ตัวเก่งอย่าง จีระพงศ์ มีนาพระ ไม่มีชื่อ พร้อมกับได้เรียกน้องใหม่อย่าง รวมโชค เสมาทอง เข้ามาเป็นตัวเลือก โดยทั้งหมดนี้จะใช้เวลาซ้อมและปรับตัว 1 สัปดาห์ จากนั้นจะหารายการแข่งขัน

 

4) กระโดดไกล "เมย์" ปริญญา เฉื่อยมะเรือง จะเดินทางไฟล์ทเดียวกันกับ สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ ไปยังประเทศตุรกี ในวันที่ 29 มีนาคม แต่ยังใช้เวลาซ้อมและแข่งขันเพียงแค่เดือนเดียว และจะกลับมาไทยในวันที่ 29 เมษายน 

 

ซึ่งถ้าหากการตระเวนแข่งขันในยุโรปและสหรัฐอเมริการอบนี้ยังผ่านควอลิฟาย ก็จะเก็บตัวที่ไทยกันยาวๆเพื่อเตรียมคัดโอลิมปิกสนามสุดท้ายที่ไทยในเดือนมิถุนายนนี้


stadium

author

ปวีน เทพพวงทอง

หงส์แดงว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ไม่ไร้พ่าย

stadium