26 กุมภาพันธ์ 2568
"จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นลงมือทำ" ประโยคนี้สะท้อนถึงตัวของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ได้เป็นอย่างดี
แต่รู้หรือไม่ว่า? กว่าเขาจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ก่อนสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรก ที่ได้ลงแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่นโมโตจีพี ในฤดูกาล 2025
เริ่มต้นช้าไม่ใช่อุปสรรค
“ก้อง” เข้าสู่วงการสองล้อช่วงอายุ 9 ขวบ แม้จะเริ่มต้นค่อนข้างช้าหากเทียบกับนักแข่งคนอื่นๆ แต่ด้วยความรักที่มีต่อกีฬาความเร็วอย่างสุดหัวใจ โดยเฉพาะการมีพี่ชายเป็นนักแข่ง บวกกับบ้านอยู่ไม่ไกลจากสนามพีระ เซอร์กิต จึงขอให้พี่สาวพาไปสนาม
และดูเหมือนว่าชีวิตของเขากำลังมาถูกทาง “ก้อง” มีเป้าหมายชัดเจน ก่อนจะตัดสินใจร่วมคัดเลือก และ ผ่านเข้าเป็นหนึ่งในเด็กปั้นโครงการฮอนด้า เรซซิ่ง สคูล เมื่อปี 2007
หลังจากได้ฝึกซ้อมในรั้วฮอนด้า เรซซิ่ง สคูล เป็นเวลา 1 ปี สมเกียรติ จันทรา ลงแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่นออโตเมติก 100 ซีซี ต่อด้วย CBR250 ซึ่งฝีไม้ลายมือบนสนามแข่ง ได้รับการจับตามองจากแฟนๆในประเทศ รวมทั้ง ต่างประเทศ
จนอายุครบ 15 ปี เขาผ่านคัดเลือกจากนักบิดกว่า 600 คน เป็นตัวแทนจากประเทศไทย ไปโลดแล่นในเวทีเอเชีย ลงแข่งรายการ “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ”
เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่
ฤดูกาล 2015 สมเกียรติ จันทรา ถือเป็นนักแข่งที่หลายคนจับตามอง แต่เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความโชคร้าย หลังได้รับบาดเจ็บจนลงแข่งได้เพียง 2 สนาม 4 เรซเท่านั้น ได้แก่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ และ โลเซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์
ฤดูกาล 2016 “ก้อง” กลับคืนสู่สนามอีกครั้งด้วยสภาพความพร้อมทั้งร่างกาย และ จิตใจ ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าแชมป์ “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรกที่ได้แชมป์รายการนี้
ฤดูกาล 2017 ความท้าทายใหม่นั้นเริ่มขึ้น เด็กหนุ่มจากพัทยาเดินทางข้ามทวีปมุ่งหน้าสู่ยุโรป เพื่อแข่งขันรายการ “เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโต 3 จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” ก่อนทำผลงานได้ดีที่ เลอ มังส์ ด้วยการคว้าอันดับ 8 และ คว้าอันดับ 7 ที่อันดาลูเซีย จบฤดูกาลอันดับที่ 20
ฤดูกาล 2018 สมเกียรติ สามารถจบ 1 ใน 10 อันดับแรกได้ถึง 5 สนาม โดยผลงานดีที่สุด คือ การคว้าอันดับ 4 ที่เลอ มังส์ ประเทศฝรั่งเศส และในปีเดียวกัน “ก้อง” ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ด เข้าร่วมแข่งขัน “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018” รุ่นโมโต 3 และไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หลังคว้าอันดับ 9 มาครอง พร้อมได้สิทธิ์ขยับไปแข่งขันระดับ โมโตทู ฤดูกาลหน้าทันที
ฤดูกาล 2019 เป็นปีแรกที่ “ก้อง” ลงแข่งขันรุ่นโมโตทู ให้กับสังกัดฮอนด้า ทีมเอเชีย ก่อนจบอันดับ 21 มี 23 คะแนน และที่สำคัญจบอันดับ 9 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในศึก “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” นับเป็นผลงานดีที่สุดในปีดังกล่าว
ฤดูกาล 2020 ซีซั่นที่สองในรุ่นโมโตทู เขาทำผลงานดีสุด คือ การจบอันดับ 9 ที่สนามประเทศฝรั่งเศส และปีถัดมา “ก้อง” ฝากผลงานอันยอดเยี่ยม จบอันดับ 5 รายการ “ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์”
ความพยายาม “ประตูแห่งความสำเร็จ”
เข้าสู่ปี 2022 ความสำเร็จแรกที่รอคอยก็มาถึง เพลงชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วโลก สมเกียรติ จันทรา บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าแชมป์ “อินโดนีเซีย กรังด์ปรีซ์” ที่ประเทศอินโดนีเซีย จารึกประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับเวิลด์ กรังด์ปรีซ์
เท่านั้นไม่พอ ยังจบอันดับ 2 ในศึก “อาร์เจนตินา กรังด์ปรีซ์” ที่อาร์เจนตินา และคว้าอันดับ 3 สนามที่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 10 มี 128 คะแนน กลายเป็นนักบิดไทยคนแรกที่ทำคะแนนได้มากกว่า 100 แต้มภายในฤดูกาลเดียว
ถัดมาปี 2023 “คิงคองก้อง” คว้าแชมป์ที่สองมาให้ตัวเองได้สำเร็จ จากรายการ “เจแปนนิส กรังด์ปรีซ์” รุ่นโมโตทู ต่อเนื่องผลงานอันยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 3 มาครอง ในศึก “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ จบฤดูกาลด้วยที่ 6 เป็นอันดับสูงสุดที่ก้องเคยทำได้
และปี 2024 ถือเป็นปีสุดท้ายของ สมเกียรติ จันทรา ในรุ่นโมโตทู ก่อนฝากผลงานสวยๆ ต่อหน้าแฟนๆชาวไทย คว้าอันดับ 4 รายการ “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จบอันดับ 12 หลังจบฤดูกาล
โลกใบใหม่กับความท้าทาย “โมโตจีพี”
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา “ก้อง” ทำผลงานได้แบบน่าประทับใจ ก่อนที่ แอลซีอาร์ ฮอนด้า (LCR Honda) จะประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเกียรติ จันทรา เตรียมขยับขึ้นมาเล่นรุ่นสูงสุด “โมโตจีพี” ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นเวลา 2 ฤดูกาล (2025-2026) สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรก ที่จะได้ลงแข่งระดับโมโตจีพี โดยจะร่วมงานกับ โยฮันน์ ซาร์โก นักบิดประสบการณ์สูงชาวฝรั่งเศส
“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมทีม แอลซีอาร์ ฮอนด้า การก้าวเข้าสู่ โมโตจีพี เป็นความฝันของผมเสมอมา และในที่สุดผมก็สามารถทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้ ขอบคุณทุกๆ แรงสนับสนุน และผู้ที่ให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพจนถึงปัจจุบัน สำหรับฤดูกาลถัดไป ผมสัญญาที่จะยังคงมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ พยายามอย่างเต็มที่ และสนุกกับการผจญภัยครั้งใหม่นี้ แม้จะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ” นักบิดวัย 26 ปี เปิดใจ
และภารกิจแรกของปีนี้ นักซิ่งเจ้าของหมายเลข 35 เตรียมลุยสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในฐานะสนามแรกสำหรับฤดูกาล 2025
แม้ที่ผ่านมา ระหว่างทางเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทุ่มเท ตั้งใจมาโดยตลอด มันตอบแทนด้วยคำว่า “ความสำเร็จ”
TAG ที่เกี่ยวข้อง