stadium

"คีริน ตันติเวทย์" ยอดนักวิ่งเจ้าของ 10 สถิติประเทศไทย

11 เมษายน 2565

ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 จาการ์ตา-ปาเลมบัง ประเทศอินโดนีเซีย คีริน ตันติเวทย์ คือหนึ่งเดียวของนักกรีฑาประเภทลู่ไทยที่คว้าเหรียญรางวัลมาคล้องคอได้สำเร็จ นับตั้งแต่เวลานั้นจนถึงปัจจุบัน ผลงานและสถิติของเขาต่างเป็นไปในทิศทางบวกจนเราพอจะตั้งความหวังได้ว่าใน "หางโจว 2022" เหรียญรางวัลของคีรินมีโอกาสเปลี่ยนจากสีทองแดงเป็นสีอื่น ๆ ได้เช่นกัน

 

...แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เราจะพาทุกคนไปติดตามเส้นทางก่อนจะมาถึงวันนี้ของคีริน เริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว มหาวิทยาลัย ไปจนถึงทีมโบเวอร์แมนแทร็คคลับ แถมด้วยข้อมูลอินไซด์ มุมสบายๆ และความเป็นไทยของนักวิ่งหนุ่มลูกครึ่งหนุ่มผู้ถือครอง 10 สถิติประเทศไทย

 

 

"พี่ชาย" จุดเริ่มต้นการวิ่งเด็กชายคีริน

 

เริ่มต้นก้าวแรกในฐานะนักวิ่งของเด็กชายคีริน ตันติเวทย์ ไม่ต่างจากนักกีฬาไทยคนอื่นๆ โดยคีรินนั้นถึงแม้จะเกิดและโตในสหรัฐฯ และเป็นลูกครึ่งไทยสหรัฐฯ แต่เด็กชายคีรินก็มีชีวิตวัยเด็กเหมือนกับเด็กไทยทั่วไป คีรินมี "ชนันต์ ตันติเวทย์" พี่ชายที่อายุห่างกัน 3 ปี เป็นแรงบันดาลใจในการวิ่งตั้งแต่ยังเด็ก 

 

"ตอนนั้นผมอายุประมาณ 10 ขวบ เรียนชั้นประถม พี่ชายเริ่มวิ่งก่อน เห็นเขาวิ่งแล้วดูสนุกมาก เลยอยากวิ่งด้วย ตอนนั้นอยากตามพี่ให้ทัน แต่ยังตามไม่ทัน แต่ตอนนี้เขาวิ่งไม่ทันผมแล้ว" คีรินเล่าเรื่องสมัยเด็กพร้อมรอยยิ้ม พร้อมกับเล่าถึงคุณพ่อ ดร.วรเวช ตันติเวทย์ ว่า สนับสนุนให้ 2 พี่น้องเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กด้วย

 

ส่วนชนันต์ในตอนนี้อายุ 28 ปี อยู่ที่สหรัฐฯ เช่นกัน ชนันต์ยังคงวิ่งอยู่แต่เป็นการวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ หากวันที่คีรินไม่ได้วิ่งเร็วมากนักทั้ง 2 คนก็จะวิ่งด้วยกัน ชนันต์บอกว่า "ผมชอบวิ่งนะ ปกติวิ่ง 5 กิโลเมตร ถึงฮาล์ฟมาราธอน แต่ชอบวิ่งเทรล ถ้าทำเวลาได้ดีก็อยากแข่งให้ทีมชาติไทยเหมือนกัน" 

 

บรรยากาศของครอบครัวตันติเวทย์ ถือว่า เต็มไปด้วยความอบอุ่น ของพ่อแม่ลูก และพี่ชายกับน้องชาย โดยมีคุณพ่อเป็นกุญแจสำคัญหล่อหลอมความมุ่งมั่นให้กับคีรินในด้านความเป็นเลิศทางการกีฬา และความเป็นเลิศทางการศึกษา ซึ่งทั้ง 2 อย่าง เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คีรินเข้าสู่การเป็นนักวิ่งมืออาชีพ

 

 

ม.ฮาร์วาร์ดจารึกชื่อ "คีริน"

 

คีรินตอนอายุประมาณ 14 ปี ได้ค้นพบความชอบของตัวเองกับการวิ่ง การได้ทำกิจกรรมกับเพื่อน มีเพื่อนเพิ่มขึ้น ทำให้คีรินเลือกใช้เวลาว่างจากการเรียนกับการวิ่งตลอดมา โดยในช่วงแรกเคยเล่นฟุตบอลไปด้วย แต่สุดท้ายก็เลือกโฟกัส กับการวิ่งมากกว่า จึงเลิกเตะฟุตบอลไป 

 

จากนั้นก็พัฒนาไปสู่การแข่งขัน และชนะเป็นครั้งแรกในตอนที่ยังเรียนอยู่ระดับมัธยมปลายเป็นการแข่งแบบครอสคันทรี ระยะ 5000 เมตร เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วิ่งต่อไป และวิ่งมาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

 

หลายคนอาจเคยทราบถึงโปรไฟล์ด้านการเรียนที่ยอดเยี่ยมของคีริน โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยคีรินเข้าเรียนที่คณะเศรษศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลการเรียนระดับดีมากเกิดขึ้นควบคู่กับการเข้าสู่ชมรมวิ่งของมหาวิทยาลัย 

 

 

คีรินเล่าถึงบรรยากาศการอยู่ที่ชมรมวิ่งฮาร์วาร์ดว่าอบอุ่นและสนุกมาก ชมรมวิ่งมหาวิทยาลัยคือความทรงจำที่ดีมากในช่วงวัยรุ่น "ที่มหาวิทยาลัยสนุกมาก ในทีมมีนักวิ่งหลายคน เราซ้อมด้วยกัน อยู่ด้วยกัน พักด้วยกันที่หอพัก ทั้งเรียนและวิ่งด้วยกัน กินเที่ยวด้วยกัน มันสนุกมาก"

 

และเมื่อปี 2019 คีรินได้ถูกพูดถึงไปทั้งสถาบัน ในวันที่เกิดรองเท้าหลุดระหว่างแข่งระยะ 3000 เมตร งานไอวี่ลีก งานรวมมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของสหรัฐฯ แต่เขายังวิ่งต่อจนจบด้วยรองเท้าข้างเดียว เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ทั้งที่รองเท้าหลุดตั้งแต่ 500 เมตรแรก และต้องวิ่งต่อด้วยเท้าเปล่าอีก 2500 เมตร

 

ชื่อของคีรินจึงถูกบันทึกไว้ในฐานะนักวิ่งของฮาร์วาร์ด ที่วิ่งได้ดีที่สุดในระยะ 1 ไมล์ ด้วยเวลา 3:57.36 นาที ซึ่งเป็นสถิติประเทศไทยในปัจจุบัน ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้ฮาร์วาร์ดเผยแพร่บทความชื่นชมลงบนเว็บไซต์ พร้อมบันทึกเรื่องราวของหนุ่มลูกครึ่งไทยรายนี้ในฐานะนักวิ่งชายแห่งปี 2020 

 

ในตอนนั้นคีรินให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากทำได้ดีในฐานะทีมชาติไทย โดยยังคงเป็นนักวิ่งของมหาวิทยาลัยต่อไป และหวังว่าจะได้มีโอกาสไปแข่งขันโอลิมปิก และกรีฑาชิงแชมป์โลก ผมหวังว่าจะวิ่งได้อย่างมืออาชีพ” จากนั้นคีรินก็ทำได้ตามสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้

 

 

 

เบื้องหลังเหรียญแรกในฐานะทีมชาติไทย

 

ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2018 มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย เป็นสนามแรกในฐานะนักวิ่งทีมชาติไทยของ คีริน ตันติเวทย์ ที่ลงแข่งขันระยะ 10000 เมตร คีรินลงสนามพร้อมกับนักวิ่งระดับเอเชียและระดับโลกหลายคน ทั้งจากประเทศจีน บาห์เรน ซึ่งแต่ละคนมีสถิติที่น่ากลัวทั้งนั้น

 

ในวันนั้นคีรินวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 ตามหลังนักวิ่งจากบาห์เรน 2 คน ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 และ 2 ส่วนทีมชาติจีนเป็นอันดับ 3 โดยมีคีรินวิ่งตามมาติดๆ แต่นักวิ่งจากบาห์เรนถูกตรวจพบสารกระตุ้น คีรินจึงคว้าเหรียญทองแดงแรกให้ทีมชาติไทยได้สำเร็จด้วยเวลา 30:29 นาที

 

คีรินจำเรื่องราวในวันนั้นได้อย่างดี เพราะเป็นก้าวแรกของเขาในฐานะทีมชาติ "ทั้งสนุก และภูมิใจมาก ก่อนหน้านั้นผมก็อยากติดทีมชาติ แต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ และเรียนหนักมาก แต่ในที่สุดก็ทำได้ตามความตั้งใจ" 

 

เบื้องหลังการติดทีมชาติของคีริน เริ่มต้นก่อนหน้าเอเชียนเกมส์ที่อินโดนีเซีย 2 ปี โดยเมื่อปี 2016 คีรินและคุณพ่อเดินทางมาประเทศไทย และได้เข้าพบกับผู้ใหญ่ของสมาคมกีฬากรีฑาฯ ซึ่งก็คือ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักวิ่งทีมชาติไทย

 

 

 

นักวิ่งที่ให้ความสำคัญกับการเรียน

 

ช่วงแรกของการติดทีมชาติ คีรินยังอยู่ในช่วงเรียนปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และอยู่ในฐานะนักวิ่งสมัครเล่นของชมรมประจำมหาวิทยาลัย จึงเก็บตัวอยู่ที่สถาบัน หลังผ่านเอเชียนเกมส์ปี 2018 คีรินก็กลับมาแข่งซีเกมส์ในปีถัดมา และกลายเป็นลูกรักของคนไทย

 

ซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ คีรินประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะทีมชาติ ทำได้ 2 เหรียญทองซ้อนจากการแข่งวิ่งระยะ 10000 เมตร และ 5000 เมตร เป็นชัยชนะแบบเหนือชั้น ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้จักเขา รวมไปถึงแฟนกีฬาทั่วภูมิภาคอาเซียน 

 

แต่ในตอนนั้น คีรินซึ่งให้ความสำคัญกับการเรียนมาก ไม่ได้อยู่รับเหรียญทองไป 1 เหรียญเพราะต้องรีบกลับไปสอบ ซึ่งที่จริงแล้วคนไทยเกือบไม่ได้เห็นเหรียญทองนั้น เพราะคีรินจะกลับก่อนเนื่องจากกังวลว่าจะกลับไปสอบไม่ทัน แต่สุดท้ายสมาคมฯ ได้ขออนุญาตมหาวิทยาลัยจนคีรินสามารถอยู่แข่งขันได้จนจบ

 

"ดีใจและภูมิใจที่คีรินทำได้ตามความคาดหวัง และทำสำเร็จได้ตามความตั้งใจ ตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำมาตลอด เป็นความฝันของคีรินเอง ซึ่งตัวพ่อก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะการเป็นที่รักของทุกคน" คุณพ่อวรเวช เล่าความรู้สึกที่มีต่อลูกชาย 

 

 

นักวิ่งไทยคนแรกในทีมวิ่งอาชีพสหรัฐฯ

 

เมื่อจบการศึกษาแล้ว คีรินก้าวเข้าสู่การเป็นนักวิ่งอาชีพแบบเต็มตัว โดยได้รับการเปิดตัวในฐานะนักวิ่งของทีม "โบเวอร์แมน แทร็คคลับ" ทีมวิ่งอาชีพของสหรัฐฯ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในทีมวิ่งที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ สร้างนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมทั้งชายและหญิง จากหลายประเทศทั่วโลก และสถิติการวิ่งระดับโลก

 

นี่คือนักวิ่งไทยคนแรกที่ได้ร่วมทีมวิ่งอาชีพสหรัฐฯ ทำให้ทั้งคีรินเองและทีมวิ่งโบเวอร์แมนฯ โด่งดังมากยิ่งขึ้นในวงการวิ่ง โดยเฉพาะความชื่นชอบของคนไทยที่มีต่อทีมโบเวอร์แมนฯ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยในทีมโบเวอร์แมนฯ นั้นประกอบด้วยนักวิ่งระดับหัวกะทิจากทั่วโลก เฉพาะนักวิ่งชายทีมวิ่งนี้ได้รวมตัวท็อปของโลกไว้หลายคน

 

ไล่ไปตั้งแต่คีริน ทีมชาติไทย, แกรนท์ ฟิชเชอร์, แมทธิว เซ็นโทรวิทซ์ และวูดดี้ คลินเคท ทีมชาติสหรัฐฯ, โม อาเหม็ด ทีมชาติแคนาดา, มาร์ค สก็อตต์ จากสหราชอาณาจักร ทุกคนอยู่ด้วยกัน ซ้อมวิ่งในทีมวิ่งเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อความสำเร็จและสถิติที่ดีขึ้นของแต่ละคน

 

 

คีรินเล่าว่า บรรยากาศในทีมเหมือนกับครอบครัว แต่ความเข้มข้นของการซ้อมก็มีความเป็นมืออาชีพมาก "ซ้อมกับทีมโบเวอร์แมนหนักมาก แต่ก็สนุกมาก ผมเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนในทีมอีก 11 คน เราทุกคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ซ้อมด้วยกัน เหนื่อยแต่ก็สนุกไปด้วยกัน"

 

เป้าหมายของโบเวอร์แมนฯ คือ "สถิติ" และเป้าหมายนั้นเกิดกับคีรินด้วย นั่นคือการทำเวลาผ่านควอลิฟายไปแข่งขันโอลิมปิกได้สำเร็จ โดยทำเวลา 10000 เมตรได้ 27:17.14 นาที เป็นสถิติใหม่ประเทศไทย และสถิติที่ดีที่สุดอันดับ 29 ของโลก จากการจัดอันดับของกรีฑาโลก หรือ worldathletics

 

แม้โอลิมปิกที่โตเกียวจะเผชิญการระบาดของโควิดจนล่าช้าไป 1 ปี แต่เมื่อได้กลับมาจัดในปี 2021 มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกก็เต็มไปด้วยนักกีฬาที่ดีที่สุดมารวมตัวกันทุกชนิดกีฬา รวมถึงการวิ่ง "ไม่เคยคิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ ที่ได้ไปไกลจนถึงโอลิมปิก ผมเคยฝันว่าวันนึงจะทำได้ และดีใจที่ทำได้สำเร็จจริงๆ ตอนลงแข่งสนามจริงๆ ที่โตเกียว ผมตื่นเต้นมาก และเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ" 

 

ปัจจุบัน (2023) คีรินถือครองสถิติที่ดีที่สุดของประเทศไทยรวม 10 รายการ ทั้งประเภทในร่ม และกลางแจ้ง และสถิติทวีปเอเชีย ระยะ 5000 เมตร ด้วยเวลา 13:08.41 นาที นั่นเป็นการพิสูจน์ความเป็นนักวิ่งอาชีพที่แท้จริงของคีริน

 

 

 

ความเป็นไทยในตัว "คีริน"

 

แม้จะเกิดและโตในสหรัฐฯ แต่คีรินมีความเป็นไทยในตัวเองอยู่มาก โดยคุณพ่อวรเวช ให้ลูกชายทั้ง 2 คน คือ คีรินและชนันต์ได้เรียนภาษาไทย จึงทำให้คีรินและพี่ชายทั้งอ่าน พูด และเขียนภาษาไทยได้ ครั้งแรกที่นักข่าวเคยได้สัมภาษณ์คีริน เป็นการไปส่งคีรินที่สนามบิน เพื่อไปแข่งซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ 

 

ด้วยความที่สื่อทราบว่าคีรินเป็นลูกครึ่ง จึงสัมภาษณ์ด้วยภาษาอังกฤษ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมากลายเป็นภาษาไทย โดยคีรินบอกว่า "พูดไทยได้ครับ ขอตอบคำถามเป็นภาษาไทย" และกล่าวขอบคุณคนไทยที่รอเชียร์เขา ซึ่งสุดท้ายคีรินก็มอบของขวัญให้คนไทยด้วยการสวมเสื้อทีมชาติไทย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ทั้ง 2 รายการ

 

คีรินยังชอบอาหารไทย และแบ่งปันความชอบของเขาให้เพื่อนในแคมป์ทีมโบเวอร์แมน ผ่านฝีมือทำอาหารไทยของตัวเอง "ผมชอบอาหารไทย ผมทำอาหารให้เพื่อนในทีมกิน ทุกคนกินแล้วบอกว่าอร่อย" คีรินเล่าแล้วหัวเราะแบบเขินๆ ซึ่งเมนูที่ทำให้เพื่อนในทีมก็คือ "ผัดไทย" อาหารไทยยอดนิยมที่คนทั่วโลกชื่นชอบ 

 

 

"ผมชอบเมืองไทย ผมเคยมาเมืองไทยเพื่อพบญาติๆ ผมอยากกลับไปเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อจบการแข่งเวิลด์แชมเปี้ยนชิพก็อยากกลับเมืองไทย" การแข่งเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ หรือ กรีฑาชิงแชมป์โลก 2022 นั้น คีรินสวมเสื้อทีมชาติไทยลงแข่งขัน จบเป็นอันดับ 19 จากผู้แข่งขัน 22 คนในฮีต

 

แม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยในรายการนี้ แต่คีรินได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ตลอดทั้ง 25 รอบสนาม นับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ร่วมแข่งกรีฑาชิงแชมป์โลก โดยคีรินบอกว่าอยากทำเวลาของตัวเองให้ดีกว่าโอลิมปิกที่โตเกียว 

 

12 กันยายน 2565 คีรินได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อท้าชิงการทำสถิติประเทศไทยทางถนนระยะ 10 กิโลเมตร ในรายการแข่งขัน บางแสน10K เป้าหมายเพื่อสถิติประเทศไทย นับเป็นการเปิดตัวในการแข่งขันทางถนนในประเทศไทยครั้งแรกของคีริน 

 

แม้ คีริน จะพลาดการคว้าแชมป์โดยตามหลัง จอห์น เอ็มบูรู จาก เคนยา 9 วินาที อย่างไรก็ตามเขายังทำลายสถิติประเทศไทยได้สำเร็จ ส่งผลถูกจารึกชื่อไว้ในฐานะ "ผู้ถือครอง 10 สถิติประเทศไทย" ขณะที่การแข่งขันซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา เจ้าตัวก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เมื่อคว้า 2 เหรียญทองจากรายการ 1,500 เมตร และ 5,000 เมตร ได้สำเร็จ


stadium

author

ทีมงานเพจนักวิ่งมีหนวด

เพจเรื่องวิ่งที่แอดมินมีหนวด ทำข่าววิ่ง ชอบป้ายยา ขิงรองเท้าเสื้อผ้าวิ่ง